http://ratpage.multiply.com

ตั้งใจว่าจะรวบรวมบทความท่องเที่ยวที่ได้ไปมาไว้นานแล้ว  แต่ยังไม่ได้เริ่มซักที  จนตอนนี้ความทรงจำเก่าๆ อาจจะเลือนไปบ้าง  คนที่ไปด้วยกันถ้าจำได้ มาเพิ่มกันได้นะคะ

เริ่มจาก Trip แรกเลยดีกว่า เอาแบบสดๆ ร้อนเพราะเพิ่งกลับมาพอดี  ทริปครั้งนี้เป็นทริปถ่ายภาพ    ที่จัดโดย Pixpro's.net (www.pixpros.net)  ซึ่งเป็น Trip ถ่ายภาพ แบบไม่ต้องเดินป่า มีที่พักให้ที่อุทยาน (อันนี้ก็อปมาเลย) โดยมี  วิทยากรคือ คุณจามิกร สุขทรามร   สตาฟของ pai-pa และ ของ pixpros บางส่วน ร่วมให้คำแนะนำแก่สมาชิก  เห็นชื่อวิทยากรแล้วไม่ไปไม่ได้เพราะได้เห็นภาพธรรมชาติสวยๆ มาเยอะมาก  แต่ตอนแรกโปรแกรมจะพาไปน้ำตกหมันแดง   ซึ่งดูแล้วไปเองคงไม่รอด เพราะหลังจากทราบว่าจะจัด ก็รีบกลับมาหาข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บ แล้วพบว่า มันโหดนะ เลยคิดว่าคงอดไปแน่แล้ว  และหนึ่งอาทิตย์ก่อนเดินทางก็ทราบว่าไม่ได้ลงน้ำตกหมันแดงแล้ว  แต่ไปน้ำตกร่มเกล้า-ภราดรแทน  เลยรีบสมัครไปทันที  เกริ่นมาซะยาวเริ่มเดินทางเลยดีกว่า 

เย็นวันที่ 21 กรกฎาคม 2549
ยังไม่ได้เริ่มเดินทาง ฝนก็ตกเอาฤกษ์เอาชัยซะแล้ว  จริงๆ แล้วไม่กลัวหรอก แต่ลองคิดสภาพกรุงเทพฯ เย็นวันศุกร์ที่ฝนตก  สภาพการจราจรจะเป็นยังไง  กลับมาจากทำงานรีบจัดกระเป๋าเพราะของเยอะมากโดยเฉพาะอุปกรณ์กล้อง (ปกติก็เยอะอยู่แล้ว 555)   เรียก Taxi มารับ 6 โมงครึ่งเพราะเห็นสภาพรถติดตอนขากลับแล้วน่ากลัว     ตามกำหนดการนัดที่ลานจอดรถสถานีรถไฟฟ้าหมอชิต ตรงข้ามสวนจตุจักร
เวลา 20.30 น.  ความที่ไม่เคยไปไหนสาย  ก็เลยคิดว่าไปรถไฟฟ้าใต้ดินน่าจะดีกว่า

Taxi มารับตรงเวลา ไปถึงสถานีเพชรบุรีก็ปาเข้าไปทุ่มกว่าแล้ว  ถึงปุ๊บก็ขึ้นรถเลย ประมาณ 8 สถานี (ถามทางมาหมดแล้ว)  ลองนึกสภาพผู้หญิงคนนึงแบกเป้หลังแอ่น เพราะเอา Lens กะกล้องพร้อม Flash ไปเต็มกระเป๋า  แถมสะพายขาตั้ง Manfrotto อีกหนึ่งอัน  บวกกับถุงขนมและกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็ก  (สาบานได้ว่าเล็กที่สุดในชีวิตการเดินทาง) เพราะแบกไม่ไหวแล้ว  ขึ้นรถไฟฟ้าปุ๊บก็รีบหลบเข้าด้านข้างๆ เพื่อไม่ให้เกะกะชาวบ้าน  โชคดีได้นั่งเอาอีก 2 ป้ายสุดท้าย  ความที่รถไฟฟ้าไม่ติดเหมือนรถยนต์ 2 ทุ่มก็มาถึงสถานีจตุจักรแล้ว   เช็คเส้นทางดิบดีว่าให้ออก Exit ที่ 3  ก็เดินจ้ำอ้าวทันที  ทั้งๆที่ ใจอยากแวะจตุจักรหาอะไรรองท้องก่อน  แต่กลัวจะไม่ทันเพราะไม่ชินเส้นทาง  โห ... ทางออกไกลไม่ใช่เล่น เพราะของที่แบกมันหนักแหละ  มาถึงปุ๊บเห็นที่จอดรถก็อุ่นใจแล้วว่ามาถูกแน่  (บังเอิญไม่ใช่คนแถวนี้เลยไม่ค่อยรู้จักทางอะ )  

เอ้ามาเล่าต่อดีกว่า ยืนคอยอยู่พักใหญ่ๆ เอ ไม่เห็นมีใครแบกของแบบคนบ้าเหมือนเราเลย   ยืนคอยไปหิวไป ข้างหน้ามีรถเข็นขายลูกชิ้นปิ้งกะปลาหมึกปิ้ง จะซื้อก็ไม่ไหว เกิดท้องเสียขึ้นมากลางคันแย่แน่   สรุปว่าวันนั้นกว่ารถจะออกได้ก็ 4 ทุ่มกว่า  ได้แล้วมั๊ง  หิวก็หิว พอเห็นสมาชิกแล้วตกใจ รถตู้ 4 คัน  แถมรถ staff อีก 1 คัน  เห็นว่าประมาณ 44 ชีวิตได้ คนเยอะขนาดนี้เชียวเหรอ  ตอนลงในเว็บไม่เห็นมีคนสมัครลงชื่อเท่าไหร่เลย  หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว ก็รู้ว่าคณะที่ไปมือโปรทั้งนั้นเพราะเคยผ่านตารูปที่เห็นในเว็บไซท์มาก่อน  แย่แล้วเราจะทำไงดี หาพวกมือสมัครเล่นแบบเดียวกันไม่มีเลย

พอได้ฤกษ์งามยามดี ก็ออกเดินทาง โชคดีได้นั่งรถคันที่มีเพื่อนคุยสนุก  ยังไม่ทันไรก็ถึงรังสิต แวะรับคณะ(Jojo และ บัว) ที่มาขึ้นที่นี่อีกหน่อย  พอดีครบ 10 คนเลย (abc, songforce, paainn, ratta, qthekop, 8meg และนายกาแฟดำ) นั่งไปไม่ทันไรก็แวะปั๊มน้ำมัน Jet เลยได้โอกาสซื้อน้ำ หม่ำขนมไปได้   หลังจากนั้นก็ยาวไปจนถึงภูทับเบิก  ขนาดรถตู้ขับไปช้าๆ เราก็ยังไปถึงเร็วเพราะทุกอย่างดูมืดไปหมด  เลยนอนรอแสงในรถกันก่อน  พอได้เวลาลงไปถ่ายรูปที่จุดชมวิว  โห... ทำไมมันหนาวอย่างนี้ล่ะ   ลมแรงและหนาวมั่กๆ   เสื้อหนาวก็ไม่ได้เอามา  บอกแล้วไงว่าจัดกระเป๋าใบเล็กจิ๋วมา  จริงๆ ในเว็บเค๊าก็เตือนว่าหนาวนะ ให้เตรียมเสื้อมาเผื่อด้วย   ความที่ไม่เชื่อก็เลยไม่หยิบติดมา  เอ! จะลงยังไงดีฟะ  ว่าแล้วก็เปิดกระเป๋าที่มีเสื้อยืดอยู่ 2 ตัว ไว้ใส่นอน 1 ตัว และใส่กลับ 1 ตัว เอามาใส่ทับกันเข้าไป  แล้วหยิบเสื้อกันฝนอีกตัวมาสวมทับ  โอเค พอเอาอยู่แล้ว  หลังจากนั้นก็หยิบอุปกรณ์อันแสนหนักพร้อมขาตั้งลงไป

วันที่ 22 กรกฎาคม 2549
ภูทับเบิกเวลาเช้าสวยมาก แม้จะมืด หนาว และลมแรง (หลายอย่างจริง) ไปซักหน่อย  ภาพฟ้ามัวๆ กับหมอกขาวก็สวยไปอีกแบบ เนื่องจากลมแรงมาก staff จึงเตือนให้ระวังกล้องกับขาตั้ง เพราะตั้งอยู่ริมผา อาจปลิวลงไปได้  ด้วยความห่วงกล้องกับขาตั้งก็เลยลืมกระเป๋า Manfrotto มันก็เลยปลิวละลิ่วหล่นลงไป โชคดีที่ตกไม่ไกล มีบันไดลงไปหยิบได้  เฮ้อ รอดตัวไป

ออกจากทับเบิกคราวนี้ก็ตาสว่างกัน จุดหมายถัดไปคืออุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า  อ้อ! ก่อนจะไปถึงภูหินร่องกล้า ต้องกล่าวถึงบ้านทับเบิกก่อนว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร

"บ้านทับเบิก : บ้านของม้งทะเลหมอ และกะหล่ำบนดอยสูง ต.วังบาล อ.หล่มเก่า .เพชรบูรณ์เป็นจังหวัดหนึ่งของประเทศ ที่มียอดดอยที่สูงเสียดฟ้าในช่วงของฤดูหนาว และฤดูฝนเมฆหมอกบนท้องฟ้าจะปกคลุมยอดดอยตลอดวันตลอดคืน ไอน้ำบนท้องฟ้าที่ล่องลอยจะสัมผัสผิวกายให้รู้สึกเย็นสบายและสดชื่นอย่างยากจะอธิบาย จนหลายๆคนยกให้ดินแดนแถบนั้นเป็นดัง “สวิตเซอร์แลนด์เมืองไทย"ซึ่งเหมาะสำหรับ นัก ท่องเที่ยวที่ชอบเดินเท้าและธรรมชาติเพียงท่านเตรียมอุปกรณ์การท่องเที่ยว เช่น เต็นท์ ที่นอน และเสบียงไปแวะซื้อหาได้ที่ตลาดเพชรบูรณ ์และพร้อมรถยนต์ของนักท่องเที่ยวที่มีสภาพสมบูรณ์ที่สุดร้อยเปอร์เซ็นต์ คณะนักท่องเที่ยวก็สามารถไปสัมผัสสวรรค์ “ภูผาทับเบิกเมืองในหมอก ” ได้ทุกวัน"
สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซท์การท่องเที่ยวจังหวัดเพชรบูรณ์   http://www.phetchabuntourism.com/thai/special.htm 

เมื่อมาถึงอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า ก็ตรงไปทานอาหารเช้ากันเลย  อาหารอร่อยมาก...ขอบอก   แถมมีที่ปิ้งขนมปังที่เก๋ไก๋คือเตาถ่านกับตะแกรง  ได้บรรยากาศสุดๆ รู้สีกจะชื่อร้านรุ้งทองหรือไงนี่แหละ หลังจากซัดข้าวต้มหมู 3 หม้อ (สำหรับโต๊ะที่บังเอิญไปนั่งด้วย)  พวกสายแข็งทั้งนั้น (พวกที่นั่งมาคันเดียวกันนั่นแหละ)  นอกจากนี้ยังมีขนมปัง กาแฟ ให้ทานอีกไม่อั้น  เราก็เอาของไปเก็บเข้าที่พักของอุทยาน  และเตรียมตัวไปถ่ายรูป  โชคดีได้ห้องพักรวมกับแม่ลูกคู่นึงที่เป็นนักถ่ายรูปที่เก่งด้วยกันทั้งคู่  หายากมากเลยที่เจอแม่ลูก (justlike กับลูกสาว) ที่ชอบอะไรเหมือนๆ กัน  แถมพี่ (คุณแม่) ก็ถ่ายรูปเก่งมากจนได้รางวัลด้วย  คราวนี้ก็มาจัดอุปกรณ์ที่จะต้องเอาไป อ้าว จะเอาอะไรออกได้เนี่ย นอกจากกระเป๋าเสื้อผ้า เพราะทุกอย่างต้องใช้หมด  วันนี้มีทั้งถ่ายภาพ Landscape, Macro น้ำตก งั้นต้องขนไปเกลี้ยงรวมเสื้อกันฝน ถุงกันน้ำ  แฟลช  สายซิงก์  สายลั่นชัตเตอร์ แบตเตอรี่สำรอง  Photobank  และแน่นอนขาตั้งกล้อง  คำนวณน้ำหนักที่แบกไม่ถูกเลย   เอาวะ ไหนๆ ก็ไหนๆ แบกก็ต้องแบก

Staff แบ่งพวกเราออกเป็น 2 กลุ่ม ไม่รู้โชคดีหรือโชคร้ายได้อยู่กลุ่ม 2  ช่วงเช้ากลุ่ม 1 จะได้ลงไปถ่ายภาพน้ำตกร่มเกล้าภราดร ซึ่งห่างจากจุดจอดรถ 400 เมตรเอง คิดดูแล้วชิลๆ ไม่น่าจะเดินยาก  ส่วนกลุ่ม 2 ก็ไปถ่ายโรงเรียนการเมืองการทหารและกังหันน้ำใกล้ๆ   หลังจากนั้นก็นัดเจอกันที่รถ  โรงเรียนการเมืองฯ ดูๆ แล้วไม่น่าสนใจ  จุดแรกที่ถึงก็คือจุดขายของของชาวเขา  แน่นอนตรงนี้ต้อง Portrait ทั้งคุณยายชาวเขา คุณหลานชาวเขา  จากนั้นก็เดินเข้าไปถ่ายภาพกังหันกะน้ำตกเล็กๆ  ท้องฟ้าไม่เป็นใจเลยวันนี้ ฝนตกตลอด  

เมื่อกลับมาถึงร้านอาหารร้านเดิม ก็เห็นคณะแรกกลับกันมาแล้ว พร้อมด้วยรอยโคลนตามก้นเต็มไปหมด  คุยไปคุยมาได้ความว่า ทางลงก็ลื่นแถมต้องเดินข้ามน้ำตกอีก ที่สำคัญคือมีพี่ (qthekop) คนนึงเกือบตกเขาลงไป  โชคดีที่ Staff ไปช่วยไว้ได้ทัน  ฟังแล้วชักจะหนาว  แล้วตรูจะไปไหวไม๊เนี่ย  สวยก็คงสวยล่ะนะ  แต่คุณหนูอย่างเราจะไปยังไง  อุตส่าห์นึกว่าไม่ไปหมันแดงแล้วคงสบาย  พอตอนทานข้าวก็มานั่งคุยกันว่ากลุ่ม 2 จะเอายังไง  พอดีฝนตกหนัก ก็เลยเห็นพ้องต้องกันว่าไม่ลงไปดีกว่า บ่ายไปลานหินปุ่มกับผาชูธงแทน  มื้อนี้ได้ไก่ทอดอร่อยมากๆ อีกเช่นเคย อร่อยทุกอย่างเลยอะ    และโต๊ะนี้มักจะได้อาหารมากกว่าโต๊ะอื่นเป็นพิเศษ  น้องคนนึง (songforce) บอกว่าไปที่ไหนแม่ค้ามักจะชอบ ให้อาหารมากเป็นพิเศษ จะไม่พิเศษยังไงล่ะคะ ก็หนักตั้ง 0.14 ตันน่ะ(อันนี้วิทยากรตั้งให้ เพราะจริงๆ แค่ 140 โลเองนะ)  พอฝนเริ่มหยุด คณะก็เตรียมตัวเดินทาง แต่ดูท้องฟ้าแล้วหนีฝนไม่รอดแน่  พอกำลังจะขึ้นรถ หน้าร้านอาหารมีป่าสนสวยมาก  และพอดีมีนางแบบมาด้วย 1 คน (น้องบัว)  แหมเหมาะเจาะอะไรอย่างนี้  ให้ยืมเสื้อฝนสีบานเย็นแปร๋นให้นางแบบไปถ่ายพร้อมยืนกางร่ม  คราวนี้ Landscape   Macro อะไรก็ไม่สนแล้ว  Portrait อย่างเดียว

เมื่อได้เวลาก็พากันขึ้นรถไปจุดหมายปลายทาง  Staff ก็แบ่งคณะเราออกเป็น 3 กลุ่มเดินกันคนละเส้นทางแต่ก็ต้องไปถ่าย Macro ดอกบีโกเนีย  ลิ้นมังกร  ถ่ายภาพที่ผาชูธง และแน่นอนภาพวิวหรือพระอาทิตย์ตกบนลานหินปุ่ม   พอเริ่มออกเดินไปได้ไม่เท่าไหร่ ก็รู้ว่าสภาพการเดินทางในป่าหน้าฝนมันลำบากอย่างนี้นี่เอง  พื้นทั้งลื่นทั้งเละ  แถมฝนตกเป็นระยะๆ เดี๋ยวต้องควักเสื้อฝน เดี๋ยวเก็บเสื้อฝน เดี๋ยวเจอมาโครดอกไม้  ก็เปลี่ยนเลนส์ เดี๋ยวก็ต้องต่อแฟลชกับสายเพื่อให้ฉากหลังดำ  เอ้าเดี๋ยวก็เจอภาพวิวต้องเปลี่ยนเลนส์อีกแล้ว เฮ้อเห็นประโยชน์ของกล้อง compact เล็กๆ อย่างยิ่งเลย  ตากฝนก็ได้ไม่ต้องเสียดาย นี่ต้องคลุมเป้อีกกลัวน้ำเข้า  เดินทางลื่นก็ต้องโยนกล้องลงกระเป๋าเพราะได้ยินเสียงคนลื่นเป็นระยะๆ  ชีวิตหนอ ทำไมลำบากลำบนอย่างนี้  นี่ขนาดเดินป่าแบบเด็กอนุบาลนะ

ผาชูธงวันนี้ ขอโทษมีแต่เมฆหมอก  ธงชาติไทยก็มองเห็นลางๆ เฮ้อ  อะไรจะขนาดนั้น  สุดท้ายลานหินปุ่ม ขึ้นไปก็เห็น Staff กำลังนั่งตากฝนรอฟ้าเปิดอย่างใจจดใจจ่อ  ไม่ได้ด้วยเล่ห์ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ต้องเอาด้วยคาถา  ทำสารพัดเพื่อให้ฟ้าเปิด  นักท่องเที่ยวที่ผ่านมาเห็นคงนึกว่า พวกบ้าพวกนี้มาทำอะไรกันฟะ  เดี๋ยวก็เฮ (ตอนฟ้าเปิด) บางคนก็ลุ้นเมฆกันให้ผ่านทีละก้อนเลย  บางคนหมดความอดทนทะยอยเดินกันลงไปเพราะกลัวจะค่ำ  ระยะทางจากลานหินปุ่มถึงที่จอดรถประมาณ 1.5 กิโล  ดูชิลๆ อีกแล้ว เพราะร่างกายแข็งแรง ทางลาดทางสะดวกเดินไปสบายขอบอก  แต่ทางตะปุ่มตะป่ำเป็นโคลนเป็นตะไคร่นี่ไม่ไหวจริงๆ

อุตส่าห์รอจนเป็นคณะสุดท้าย เมื่อหมดหวังจะเห็นพระอาทิตย์ตกแน่นอนแล้วและฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว  คราวนี้ก็ต้องจ้ำกันอ้าว เพราะระยะทางไกล  ไฟฉายก็มีดวงเล็กๆ ส่องอยู่หน่อย  ไอ้ที่เตรียมไป 2 อันดันเกิดใช้ไม่ได้พร้อมกันซะอีก  คราวนี้ทางเป็นยังไงไม่สนแล้วเพราะมองก็ไม่เห็น ย่ำโคลนเข้าไปเต็มๆ  มี Staff (มุสะโตะ) ใจดีเห็นเราเป็นผู้หญิงคนเดียว เลยช่วยแบกขาตั้งกล้องให้ ทุ่นแรงไปได้หน่อย  แต่กระเป๋าข้างหลังก็ยังหนักมากอยู่ดี  เสียศูนย์เลยแหละ เดินช้าก็ไม่ได้เพราะยิ่งดึกยิ่งลำบาก  เดินอยู่คนที่ 2 แต่ข้างหลังเดินตามอีก 3-4 คน  เราก็กลัวว่าจะเป็นตัวถ่วงก็เลยบอกว่าใครอยากแซงก็แซงไปได้นะ แต่กลับมีหนุ่ม (stormwindy) ที่ไม่คุ้นการเดินป่ามากกว่าซะอีก เพราะได้ยินเสียงลื่นเป็นระยะๆ (ค่อนข้างถี่)  ส่วนชายหนุ่มนำหน้า (abc) นั่นนับถือมากเดินนำไปก่อนทั้งที่ทางมืด  ตรงไหนลื่นก็จะตะโกนบอกต่อว่าบริเวณนี้ลื่นนะ  อุตส่าห์รักษาสถิติไม่ลื่นมาตลอดแต่พอเห็นทางออกแว็บๆ ตรงหน้าเท้าเจ้ากรรมก็ลื่นปรื๊ดก้นลงไปกระแทกเต็มๆ  ตัวเป็นไร รีบดูกระเป๋ากล้องอย่างเดียว เฮ้อ... ตายตอนจบ   หลังจากนั้นก็แวะกินอีกแล้ว ร้านเก่าเจ้าเดิม หิวอีกเช่นเดิม อาหารก็อร่อยมากอีกเช่นเดิม  ดึกก็ดึก ง่วงก็ง่วงเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแถมมอมแมมอีกต่างหาก  แต่กิจกรรมยังไม่จบ ต้องเอารูปที่ถ่ายมาส่งประกวดคนละ 2 ภาพ คือ Macro และ Landscape ไม่ส่งก็ไม่ได้ ส่งไปก็อายเค๊า  เห็นน้องที่ถ่ายสวยๆ ที่นั่งรถไปด้วยกัน (abc) แล้วอยากจะ format CF เค๊าทิ้งให้หมด  อิจฉา ทำได้ไงถ่ายอะไรมาก็สวย  แน่นอนเวลาประกวดก็ต้องได้ที่ 1 ของตาย  ส่วนภาพ Macro เป็นคุณแม่ (justlike-พี่นุ้ย) คนเก่งผู้นี้นี่เอง  จบกิจกรรมแล้วกลับไปนอนได้ซักที  เอาละทีนี้ ห้องน้ำรวม น้ำร้อนก็ไม่มี จะไม่อาบก็ไม่ไหว เดี๋ยวพี่เค๊าไม่ให้นอนด้วย  พออาบน้ำแล้วก็สดชื่น  แต่ขอโทษ ตัวสะอาดแต่โคลนที่ติดมาเต็มพระบาทา เอายังไงก็ไม่ออก ขัดก็แล้วถูก็แล้ว  ไม่เป็นไรน่า พรุ่งนี้ก็ต้องเดินอีกวัน  โชคดีเอารองเท้า Scoll ไป ใส่ถอดล้างง่าย ยังคิดอยู่ว่าถ้าฉันเอา adidas มาคงต้องทิ้งแน่นอน   พอหัวถึงหมอนกำลังจะนอน ก็ต้องรีบขึ้นมาสวดมนต์  มีคนขู่ไว้เยอะ ของแบบนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่  พอหยิบ MP3 เสียบหูฟังเท่านั้น เพลงร้องไปได้ยังไม่ครบท่อนเดียวก็หลับแล้ว  ที่ต้องฟัง MP3 เพราะหนุ่มๆ เค๊านั่งร้องเพลงกันข้างนอกเยอะ   เดี๋ยวอดใจไม่ไหวตามออกไปร้องแล้วจะยุ่ง

วันที่ 23 กรกฎาคม 2549
และแล้ววันสุดท้ายก็มาถึง  วันนี้ไม่ต้องตื่นเช้ามากเพราะเห็นวิทยากรบอกว่าพระอาทิตย์ขึ้นหลังบ้านพัก ไม่ต้องตื่นตี 4 ไปถ่ายที่ทับเบิก  (ไม่รู้เป็นแผนแกรึป่าว จะได้ไม่ต้องตื่นเช้าไง )  เลยใจเย็นตื่นซะ 6 โมงเพราะยังไงพระอาทิตย์ก็ไม่หนีไปไหนก็ขึ้นหลังบ้านพักนี่นา อาหารเช้าอย่างหนักเหมือนทุกวัน ข้าวต้มหมู ขนมปัง กาแฟ  เหมือนเดิม ก็กินจุอีกเหมือนเดิม  วันนี้แสงดีมั่กๆ ขอบอก  ฟ้าเปิด ก็เลยแบ่งทีมกันไป 3 ทีม คือทีมลงน้ำตก (อีกละ) แน่นอนต้องไม่ขออยู่ทีมนี้แน่  ทีมนี้ก็เลยจะมีแต่ Staff อีกทีมจะไปกังหันน้ำและไปถ่ายมาโคร  ส่วนทีมสุดท้ายไปลานหินปุ่ม (โธ่  เอาอีกแล้ว)  ดูแล้วก็หนีไม่พ้นทีมสุดท้าย  เดินเข้าไปอีก 1.5 กิโล คราวนี้สบาย อากาศดีท้องฟ้าแจ่มใส  มองเห็นทางชัดเจน เวลาเดินสามารถเอาขาแหย่เช็คชัดตื้นชัดลึกก่อนได้  วันนี้เลยไม่มีล้มแน่นอน  ตามทางก็ถ่ายมาโครแมลง หนอน ดอกไม้  อย่างมีความสุข  พอไปถึงลานหินปุ่มก็กดภาพกันไม่ยั้ง เพราะแสงดีมาก  กลับมาก็ทานข้าวกลางวัน(อีกละ) ข้าวเหนียวส้มตำ อาหารประจำชาติ หลังจากนั้นก็กลับไปเก็บข้าวของ  เอาล่ะสิ ไปซื้อเสื้อของภูหินร่องกล้ามา 2 ตัว  คนแซวเอาว่าไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเหรอ เห็นซื้อตลอด  ป่าวหรอก จริงๆ สีสวย ส่วนอีกตัวเป็นเสื้อกั๊กคล้ายๆ กั๊กของ Canon ที่แถมเวลาซื้อกล้องอะ ชอบตรงที่กระเป๋าเยอะ จุของเพียบ แต่อายไม่กล้าใส่ของ Canon เพราะข้างหลังเขียน Professional  เรามันไม่โปร จะใส่ก็อายเค๊า เลยเก็บไว้ดีกว่า  คราวนี้ทำไงล่ะไม่มีที่จะเก็บกระเป๋าใส่เสื้อผ้าที่เอามา ใส่อะไรไม่ได้อีกแม้แต่อย่างเดียว เจ้า 2 ตัวนี้จะเอาไว้ไหน  ตอนแรกไปขอถุงก็อบแก๊บที่ใส่ขนมของ Staff มาแล้ว ช่างมันใส่ถุงเอาก็ได้  แต่คุณแม่คนเก่งก็แนะนำว่า น้องใส่ไปเลยสิคะ จะได้ไม่เกะกะ ก็เลยปิ๊งเอามาใส่ตัว เก็บม้วนใส่กระเป๋ากล้องอีกตัว

ออกจากภูหินร่องกล้าก็ไปทับเบิกเพื่อถ่ายวิวต่อ  ดอกกะหล่ำไม่ค่อยจะเห็นแล้ว  แต่ท้องฟ้ากับวิวสวยมาก ถ่ายกัน 1 ชั่วโมงเลยเวลาที่เค๊ากำหนดอีก  หลังจากนั้นก็แวะจุดชมวิวที่เก่าตอนขามา  กว่าจะออกจากทับเบิกได้ก็เย็นแล้ว  แวะทานข้าวอีกนะ  กลับถึงกรุงเทพฯ ประมาณเกือบเที่ยงคืน  กว่าจะได้นอนก็ปาเข้าไปจะตีสอง เพราะขัดสีฉวีวรรณโคลนที่ติดตามเท้าอยู่นาน  Trip ถ่ายภาพก็จบลงด้วยความสนุกสนาน พร้อมทั้งได้เพื่อนใหม่ๆ ที่ชอบถ่ายรูปเหมือนกันอีกมากมาย  เชื่อมั๊ยว่านั่งรถขากลับกรุงเทพฯ นี่ไม่ได้นอนเลย หลายๆคนเล่าประสบการณ์การถ่ายภาพ  บางคนก็เล่าถึงอาชีพการถ่ายภาพ เก็บความรู้และความสนุกไว้ในความทรงจำ  เอ... แต่ไอ้เจ้าเทคนิคถ่ายภาพนี่สิมันมักจะไม่ค่อยอยู่ด้วยซักที 555  เย้ จบแล้ว 

อ้อลืมข้อมูลอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้าได้ไงเนี่ย

ภูหินร่องกล้า ตั้งอยู่บนรอยต่อของสามจังหวัด คือ อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก และอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเนื้อที่ประมาณ 191,875 ไร่ ประกาศเป็นอุทยานแห่งชาติ เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2527 เป็นพื้นที่ที่มีธรรมชาติแปลกตาและสวยงาม ทั้งยังเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ เป็นยุทธภูมิสำคัญในอดีต ที่เกิดจากความขัดแย้งของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)

ภูหินร่องกล้ามีลักษณะภูมิอากาศคล้ายกับภูเขาสูงของจังหวัดเลยเช่น ภูกระดึงและภูเรือ เนื่องจากมีความสูงในระดับไล่เลี่ยกัน อากาศจะหนาวเย็นเกือบตลอดปี โดยเฉพาะในฤดูหนาว อุณหภูมิจะต่ำประมาณ 4 องศาเซลเซียส แม้ในฤดูร้อนอากาศก็ยังเย็นสบาย อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 18-25 องศาเซลเซียส
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในเขตอุทยานฯ ทางด้านประวัติศาสตร์ ได้แก่ พิพิธภัณฑ์การสู้รบ โรงเรียนการเมืองการทหาร กังหันน้ำ สำนักอำนาจรัฐ โรงพยาบาลรัฐ ลานอเนกประสงค์ สุสาน ทปท. ที่หลบภัยทางอากาศ หมู่บ้านมวลชน
ทางด้านธรรมชาติ ได้แก่ ลานหินแตก ลานหินปุ่ม ผาชูธง น้ำตกร่มเกล้า-ภราดร น้ำตกศรีพัชรินทร์ น้ำตกหมันแดง น้ำตกผาลาด น้ำตกตาดฟ้า ธารพายุ

สนใจอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซท์การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยตาม link ข้างล่างค่ะ
http://www.tat.or.th/travelplacedet.asp?prov_id=67&id=1106

ผู้ร่วมชะตากรรม : คุณจา  pixpros' staff, members, pai-pa's staff



14 CommentsChronological   Reverse   Threaded
tuihome wrote on Jul 25, '06
เย้ๆ...จุดเริ่มต้นแห่งความสนุกได้เกิดขึ้นแล้ววววว
ratpage wrote on Jul 25, '06
555 ยังไม่มีเวลาเขียนเลยอะ
ddpixs wrote on Jul 25, '06
หนุกๆ รออ่านต่อ
ratpage wrote on Jul 25, '06
โห มาอ่านเร็วจังเลยค่ะ อายจัง กำลังแก้รูปไปแก้รูปมา เพิ่งลองใช้ blog เว็บนี้อะ
ratpage wrote on Jul 25, '06
ว่าแต่ใครแทรกรูปตรงจุดที่เราต้องการจะแทรกได้ช่วยสอนด้วยนะคะ พอ insert รูปเข้าไป ไม่อยู่บนก็อยู่ล่าง เฮ้อ ทำไงดี
jojophoto wrote on Jul 25, '06
ต้องลิงค์เอาครับพี่.. ถ้า อินเสริต ธรรมดา จะไม่ได้..
ratpage wrote on Jul 25, '06
ขอบคุณครับโจ
8meg wrote on Jul 28, '06
จะกึ๋ย โอ้วพระเจ้าจอร์ด มันละเอียดดดดมาก เห็นภาพเลยครับพี่ ชอบๆ เอาอีกๆ
tuangtuang wrote on Sep 3, '06
อ๊าค เพิ่งจะได้แวะมาอ่านค่ะพี่รัตน์
ชอบมาก ชอบจริงๆ พี่ อ่านทุกตัวอักษร..
เขียนได้ละเอียด และตรงใจมากๆ เลย.. อ่านไป ก็ขำไปอ่ะค่ะ ทำไมคิดเหมือนกันเลย อิอิ ตั้งแต่ลงรถไฟฟ้าแล้ว แบกของเพียบ แถมหารถตู้ไม่เจออีก ไปจอดกันอยู่หนายยยย..
ไปถึงก็เอ๋อๆ นิดหน่อย ไม่รู้จักใครซักคน แต่พอได้เริ่มคุยประโยคแรกก็รู้จักแล้วเนอะ :)

พี่โชคดีมากเลยค่ะที่ได้ลงน้ำตกกลุ่ม 2.. ตวงอยู่กลุ่ม 1 ลงไปแต่เช้า.. รู้สึกว่านรกมากๆ เลยอ่ะ ถ่ายภาพไม่ออกเลยพี่ ทางลงมันชัน ขาสั่นไปหมด.. ลงไปถึงข้างล่าง แล้วคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ตรูจะกลับขึ้นไปไงฟะ? โชคดีที่ได้น้อง songforce ชวนกลับขึ้นมาก่อน ค่อยๆ เดินพี่..ทีละก้าว ทีละก้าว.. เครียดๆๆๆ เพราะมันลื่นมาก..อิอิ

วันหลังไปทริปด้วยกันอีกนะคะ :)
ratpage wrote on Sep 4, '06, edited on Sep 4, '06
อ๊าค เพิ่งจะได้แวะมาอ่านค่ะพี่รัตน์
ชอบมาก ชอบจริงๆ พี่ อ่านทุกตัวอักษร..
เขียนได้ละเอียด และตรงใจมากๆ เลย.. อ่านไป ก็ขำไปอ่ะค่ะ ทำไมคิดเหมือนกันเลย อิอิ ตั้งแต่ลงรถไฟฟ้าแล้ว แบกของเพียบ แถมหารถตู้ไม่เจออีก ไปจอดกันอยู่หนายยยย..
ไปถึงก็เอ๋อๆ นิดหน่อย ไม่รู้จักใครซักคน แต่พอได้เริ่มคุยประโยคแรกก็รู้จักแล้วเนอะ :)

พี่โชคดีมากเลยค่ะที่ได้ลงน้ำตกกลุ่ม 2.. ตวงอยู่กลุ่ม 1 ลงไปแต่เช้า.. รู้สึกว่านรกมากๆ เลยอ่ะ ถ่ายภาพไม่ออกเลยพี่ ทางลงมันชัน ขาสั่นไปหมด.. ลงไปถึงข้างล่าง แล้วคิดอยู่ตลอดเวลาว่า ตรูจะกลับขึ้นไปไงฟะ? โชคดีที่ได้น้อง songforce ชวนกลับขึ้นมาก่อน ค่อยๆ เดินพี่..ทีละก้าว ทีละก้าว.. เครียดๆๆๆ เพราะมันลื่นมาก..อิอิ

วันหลังไปทริปด้วยกันอีกนะคะ :)
ดีใจอุตส่าห์มาเยี่ยม แต่ฝีมือไม่ค่อยได้เรื่องเท่าไหร่ค่ะ ยังคิดถึงบรรยากาศภูหินอยู่เลยค่ะ ไว้วันหลังไปกันอีกค่ะ ชุมพรพี่ก็ไม่ได้ไป ติดหลายอย่างแถมเป็น trip ติดๆ กันซะอีก เดี๋ยวจะไปเยี่ยมที่เว็บมั่งคะ
mmmomo wrote on Aug 1, '07
ไปมาแล้วคับ..งามมั่กๆ..
ratpage wrote on Aug 1, '07
mmmomo said
ไปมาแล้วคับ..งามมั่กๆ..
ยังอยากไปอีกเลยเนี่ย
8meg wrote on Aug 2, '07
อิอิ ใครไปขุด blog นี้ขึ้นมา 555 เลยต้องอ่านอีกรอบ ^^ สนุกดีคับ ว่าแระ หาวันว่างๆไป ป่ากันดีกว่า^^+
ratpage wrote on Aug 2, '07
8meg said
อิอิ ใครไปขุด blog นี้ขึ้นมา 555 เลยต้องอ่านอีกรอบ ^^ สนุกดีคับ ว่าแระ หาวันว่างๆไป ป่ากันดีกว่า^^+
1 ปีแล้วนะเนี่ย ไปเหอะ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help