
เหลืออีกไม่กี่วันก็จะได้ไปเที่ยวเมืองจีน เกิดไม่สบายขึ้นมาซะอีก อยู่ดีๆ ก็เป็นหวัดเจ็บคอ เป็นหนักมากตอนวันศุกร์ แต่ยังไงวันเสาร์ก็มีนัดจะไปดู Grand Photo Exhibition ของ PixPro's อยู่แล้ว บังเอิญเพื่อนที่ทำงานชวนไปอุทยานแห่งชาติน้ำตกเขาชะเมา-แม่วง วันเสาร์พอดี ไม่สบายก็ไม่สบาย แถมกระเป๋าเสื้อผ้าที่จะต้องไปทริปเกือบ 9 วันก็ยังไม่ได้จัด แต่อยากไปทำไงได้ คืนวันศุกร์จัดอุปกรณ์เตรียมไปนอนเต้นท์ รวมทั้งกล้องแล้วทานยานอนเลย
วันเสาร์ที่ 14 ตุลาคม 2549
ตื่นแต่เช้าเพราะต้องออกไปงาน PixPro's ตอน 8 โมงครึ่ง แถมนึ่งขนมจีบไปฝาก 2 กล่อง กว่าจะเสร็จก็ขนของขึ้นรถ ของเยอะเหมือนเดิมเต้นท์ ถุงนอน ขาตั้งกล้อง กระเป๋ากล้อง กระเป๋าเสื้อผ้า อะไรกัน 5 ชิ้นเชียว
สงสัยต้องหาซื้อกระเป๋ากล้องที่ใส่เสื้อผ้าพร้อมด้วยล่ะมั๊งเนี่ย ไปถึงที่จอดรถเจอ Migmig เป็นคนแรก แต่งตัวซะหล่อใส่สูท (ท่ามกลางอากาศร้อน) พอขึ้นมาข้างบนก็เจอพรรคพวกอีกหลายคนตั้งแต่ Songforce ที่เตรียมจะไปชัยภูมิต่อ (หาเรื่องถ่ายรูป) Tuang (ขานี้ไม่ต้องบอกก็รู้เสร็จงานไปถ่ายรูปต่อชัวร์) abc เจ้านี้ก็เตรียมทริปไปดำน้ำอาทิตย์หน้า โปรแกรมเพียบอีกเช่นเคย และได้รู้จัก Oberon หลังจากเห็นในเว็บมานาน ส่วน Paainn ถึงมาช้าแต่ก็เดินทั่ว หาที่ไปถ่ายรูปอีกเหมือนกัน สรุปไม่รู้ว่าได้ไปถ่ายที่ไหน นอกจากนี้ยังเจออีกหลายๆ คนที่คงเอ่ยถึงไม่หมด เพราะแขกเยอะมาก พอไปเดินดูรูปแล้วก็อึ้ง ถ่ายกันมาได้ยังไงเนี่ย สวยไปหมด แถมได้หม่ำ
หนมอร่อยๆ หลังจากเพลิดเพลินจนมองดูเวลาแล้ว อีกชั่วโมงถึงเวลานัด ต้องรีบแล้ว ไม่ทันได้ร้ำลาใคร เพราะต้องไปที่บ้านหัวหน้าทริปที่เมืองนนท์โน่น พอออกจาก IGallery โห
ทำไมรถติดขนาดนี้ ทางด่วนไปแจ้งวัฒนะอยู่ไหนเนี่ย นี่ขนาดอยู่แถวถิ่นนี้แล้วนะ รถติดไปตลอดจนถึงทางเลยมักกะสัน จำได้ว่ามีทางด่วนซ้ายมือ แต่พอผ่านไปเห็นแต่ป้ายทางด่วนไปสุขุมวิท เอาล่ะสิ ไปทางไหนดี ขับตรงไปก่อนไปหาเอาดาบหน้าดีกว่า พอถึงชิดลมก็เลี้ยวปั๊บกะไปขึ้นทางด่วนนานา ที่ไหนได้ ไม่ให้เลี้ยวซ้าย ต้องไปออกสวนลุม ถนนวิทยุอะไรไม่รู้วุ่นวาย ออกเพชรบุรีตัดใหม่มาอีกที กะว่ายังไงไปทางรัชดาดีกว่า ขับผ่าน IGallery อีกรอบ แล้วเลี้ยวซ้าย โชคดีเจอทางด่วน ซิ่งไปอย่างเร็ว แต่ก็ผิดนัด สายไปกว่าครึ่งชั่วโมง
โชคดีหัวหน้าทริปยังรออยู่ ปกติพี่ท่านไม่เคยรอใครอยู่แล้ว คราวหน้าหนูจะไม่ผิดนัดอีกแล้วค่ะ
ออกเดินทางโดย Escape มีสมาชิกรวม 4 คน แต่ของเพียบ เพราะมีเต้นท์ 3 อัน ถุงนอน กล้องอีก แต่ก็บรรทุกไหวอยู่แล้วเพราะเอามาวางไว้ที่ขาได้ มื้อแรกคือมื้อเที่ยงแวะทานที่ศูนย์บริการตรงมอเตอร์เวย์ อาหารง่ายๆ Mc Donald อิ่มหนำสำราญก็ไปยาวโลด ถึงอุทยานฯ ประมาณ 4 โมงกว่า แต่ไหงมันมืดเร็วจัง มีคนมาพักน้อยมาก ยิ่งกางเต้นท์ยิ่งไม่มีเลย มีคนพักบ้านแค่ 4 หลัง ไปถึงก็ถ่ายรูป
เล็กน้อยพอเป็นพิธี บ้างก็ดูนก แต่ที่มุ่งตรงไปพร้อมกันคือร้านส้มตำ ทานซะอิ่มเลยเพราะกะว่าคืนนี้จะต้องอดไปจนถึงเช้า งานนี้ลานเต้นท์โล่งตลอด มีเราเจ้าเดียวที่อุตสาหะมานอน เมื่อกางเต้นท์ 3 หลังเรียบร้อยก็อาบน้ำมานั่งถ่ายรูปเล่นได้พักนึง ไม่รู้น้ำค้างลง หรือละอองฝนลงเม็ด แต่ทุกคนก็พร้อมใจกันย้ายเต้นท์มากางในศาลา ซึ่งมีทั้งพัดลม และไฟ 555 สบายไป สรุปไม่มีฝนตกเลย
มาทำความรู้จักอุทยานกันก่อนดีกว่าเนอะ
อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง มีพื้นที่ครอบคลุมท้องที่ อำเภอแกลง กิ่งอำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง และอำเภอแก่งหางแมว จังหวัดจันทบุรี เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางภาคตะวันออกของประเทศ มีสภาพป่าดงดิบที่สมบูรณ์ เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารของจังหวัดระยอง มีสัตว์ป่าชุกชุม และมีธรรมชาติที่สวยงาม เช่น น้ำตก หน้าผา ถ้ำ ทิวทัศน์ตามธรรมชาติที่งดงาม อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง มีเนื้อที่ประมาณ 52,300 ไร่ หรือ 83.68 ตารางกิโลเมตร
ลักษณะภูมิประเทศ
ลักษณะภูมิประเทศของป่าเขาชะเมาเป็นเทือกเขาสูงชันสลับซับซ้อน พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยหินแปร หินไนส์ หินชีสต์ ซึ่งเกิดในยุคเพอร์เมียน มีอายุระหว่าง 225-270 ล้านปี มียอดเขาสูงสุด คือ ยอดเขาชะเมา สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,024 เมตร เป็นแหล่งกำเนิดของต้นน้ำของห้วยหลายสายด้วยกันคือ คลองระโอก คลองโพล้ คลองหินเพลิง เป็นต้น ซึ่งลำคลองเหล่านี้เป็นแหล่งต้นน้ำของลำน้ำประแสร์เส้นชีวิตของจังหวัดระยอง และสภาพภูมิประเทศป่าเขาวงเป็นพื้นที่ภูเขาหินปูนทอดยาวในแนวเหนือ-ใต้เป็นระยะทางประมาณ 3 กิโลเมตร ล้อมกันเป็นวง เป็นเขาหินปูนปูนในยุคเพอร์เมียน ลักษณะภูมิประเทศเป็นแบบ Karst ลักษณะเป็นเขาลูกโดดหรือยอดเขาหลายยอด ซึ่งเกิดจากการละลายตัวของหินปูนเมื่อถูกน้ำฝน โดยรอบของเทือกเขาส่วนใหญ่เป็นที่ราบสำหรับทำการเกษตร บริเวณตอนกลางเทือกเขาปรากฏหลุมยุบมีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.5 กิโลเมตร ภายในมีต้นไม้ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่นและมีความชื้นสูง ยอดเขาสูงสุดอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 162 เมตร เป็นแหล่งต้นน้ำของคลองนายายอาม
ข้อมูลจาก เว็บไซท์ของกรมป่าไม้
http://www.dnp.go.th/parkreserve/asp/style1/attraction.asp วันอาทิตย์ที่ 15 ตุลาคม 2549
ตื่นแต่เช้าออกมาเดินถ่ายรูปตามธรรมเนียม ส่วนขาดูนกก็ดูกันเพลิดเพลินไป ที่สำคัญเริ่มหิวอีกแล้ว ทานอาหารเช้าที่ร้านเดิมเก็บเต้นท์ขึ้นรถและก็เริ่มเดินทาง โชคดีมากที่ได้เดินขึ้นน้ำตกแต่เช้า เพราะไม่มีคนเลย เช่นเคยหลงระเริงกับมาโครตั้งแต่ปากทาง จนคณะเดินหายไปหมด แต่ยังไงไม่กลัวอยู่แล้วเพราะทางเดินไม่น่ากลัวเหมือนที่เจ็ดคต (ขอย้ำ)
ตอนแรกสมาชิกพรรคบอกให้เดินไปให้สุดก่อนแล้วค่อยถ่าย แต่ในทางปฏิบัติมันทำไม่ได้ เพราะเมื่อเจอก็ต้องถ่ายรูปตอนนั้นเลย ดังนั้นก็เลยทางใครทางมัน เพราะรู้ๆ กันว่ามาโครใช้เวลาขนาดไหน คราวนี้เอาเลนส์ไป 2 ตัว มาโครกับ 17-40 mm แต่ก็ยังมีแฟลช และขาตั้งไปเหมือนเดิม เดินแบกคนเดียวไปเรื่อยๆ
ถ่ายโน่นถ่ายนี่จนมาถึง วังมัจฉา มองหาใครก็ไม่เจอ คงเดินกันไปไหนๆ แล้ว แวะถ่ายรูปน้ำตก ที่นี่ปลาเยอะจริงๆ
เจ้าหน้าที่อุทยานเห็นคนบ้าหอบฟางเดินมาคนเดียวก็เลยชวนคุย แถมพาไปดูกิ้งก่ายักษ์ จริงๆ เค๊าเรียกอีกชื่อนึง แต่จำไม่ได้ละ ตัวใหญ่มั่กๆๆๆๆๆๆๆ น่ากลัวยังกะในหนังแน่ะ โอ้เอ้ อยู่นี่จนนาน เดินต่อไป วังมรกต โห อากาศร้อนมาก แถมคนเริ่มมากันเพียบ เอาไงดีน้อ จะตามขึ้นไป คงได้สวนกันตอนลงแน่ ขึ้นไปก็ไม่รู้จะได้ถ่ายรูปรึป่าวเพราะเห็นนักท่องเที่ยวนุ่งกางเกงขาสั้นกะมาเล่นน้ำเต็มที่ ทะยอยเดินมากัน เอาวะ เดินกลับดีกว่า ได้เก็บตกดอกไม้ใบหญ้าได้อีก
ที่น้ำตกนี้หาผีเสื้อและแมลงยากมากไม่ได้ซักตัว เดินลงมาถึงวังหนึ่งแล้วตกใจ คนล้านเจ็ดสิบเอ็ดแสน มีทั้งมาเล่นน้ำ มาปิ๊กนิค แถมเอาอาหารมาทำทั้งส้มตำ กระทะ เตาแก็ส เต็มไปหมด ไม่เอาแล้ว ไปรอที่ร้านอาหาร (อีกแล้ว) ร้านเดิมดีกว่า เดี๋ยวพรรคพวกก็ลงมาเอง อากาศร้อนมาก...กกกก
ไม่รู้จะแบกเสื้อฝนมาทำไมเนี่ย นั่งเล่นเย็นใจกับแฟนต้าน้ำแดง 1 ขวด (ไม่สบายแต่ขอโค้กทุกมื้อ) แหม ทานข้าวเหนียวส้มตำไม่โค้กได้ไง แล้วค่อยทานยาตาม ฮิฮิ ยังไม่ทันหมดขวด หัวหน้าทริปกะน้องอีกคนก็ลงตามมาติดๆ คราวนี้เลยสั่งอาหารหนักเลย รอสมาชิกพรรคคนสุดท้ายที่มัวแต่เล่นน้ำตก โดนปลาตอดอยู่ ตอนโทรมาชวนก็สายไปแล้วเพราะกำลังเดินลงแล้ว ไม่งั้นจะไปแช่เป็นเพื่อน
ทานอาหารกันอิ่มหนำ
หัวหน้าทริปใจดีขับรถต่อพาไปทะเล ไปหาดแม่พิมพ์ นั่งเล่นเก้าอี้ผ้าใบ สั่งอาหารอีกเช่นเคย คราวนี้เป็นแค่ของทานเล่น ถ่ายรูปมานิดหน่อย เพราะร้อนเหลือเกิน คุยไปคุยมา หลับกันหมด ไอ้เราจะหลับด้วยก็ใช่ที่ เดี๋ยวตื่นมากระเป๋ากล้องจะไม่เหลือ นั่งอ่าน อสท. เล่มใหม่ เฮ้อ ที่เที่ยวเยอะน่าไปทั้งนั้น ขากลับแวะซื้อของฝาก (ตัวเอง) ที่บ้านเพ และมาฝากท้องอาหารเย็นที่ศูนย์บริการฯ ตรงมอเตอร์เวย์อีกตามเคย กลับถึงบ้านก็ 3 ทุ่มกว่าแล้ว ทริประยองก็จบลงและได้ภาพที่เห็นใน http://ratpage.multiply.com/photos/album/52 แหละค่ะ แต่ก็อดดู Liverpool อีกตามเคย
ผู้ร่วมทริป พี่นิน น้องวิ โจ๊ก