หลายๆ คนสงสัยว่าชอบเดินทางท่องเที่ยว แล้วทำไมไม่เคยไปเมืองจีน คำตอบคือเมืองจีนแทบจะไม่อยู่ในอันดับของประเทศที่อยากไปเลย เพราะสาเหตุหลายๆ อย่าง ประการแรกคือพูดภาษาจีนไม่ได้ (ทั้งๆ ที่หน้าหมวย) เมื่อพูดไม่ได้ก็ต้องไปกับทัวร์ ประการที่สองเป็นคนไม่ชอบไปเที่ยวกับทัวร์ และสุดท้ายไม่เห็นมีอะไรเที่ยวเลย ดังนั้นเมืองจีนจึงไม่เคยอยู่ในโปรแกรมด้วยประการฉะนี้ แต่ 2 ปีก่อนได้เห็นรูปจิ่วไจโกวที่คุณแม่ได้ไปมา คราวนี้เลยต้องมีจิ่วไจโกวบรรจุในโปรแกรม หลังจากรอ confirm จากบริษัททัวร์ซึ่งกว่าจะได้กำหนดแน่ชัดก็ปาเข้าไปปลายกันยายนได้ เนื่องจากการเข้าชมอุทยานจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทางอุทยานก่อน เพราะรู้สึกเค๊าจะจำกัดคนเข้าในแต่ละวัน ทริปครั้งนี้มีพี่ๆ ที่ทำงานกับลูกๆ ไปด้วยรวมทั้งหมด 6 ชีวิต
เอาล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ ไปกันเลยดีกว่า
19 ตุลาคม 2549
Dear diary เอ๊ยไม่ใช่ นั่นมันเรื่อง princess's diary แล้ว โชคดีที่ทริปนี้มีเจ้า IPAQ ช่วยบันทึกการท่องเที่ยว
หลังจากที่ต้องจดใส่สมุดประจำตัวมานาน มาทริปนี้จัดเสื้อผ้ามาน้อยมาก เอามาแต่เสื้อกันหนาว พร้อมรองเท้าคู่ใจ คู่นี้ใส่ลุยต่างประเทศโดยเฉพาะทนมาก ใส่สบายใช้งานมาไม่ต่ำกว่า 5 ทริปแล้ว ส่วนอุปกรณ์ถ่ายรูป
หลังจากได้อ่านคำแนะนำในการจัดกระเป๋ากล้องในเว็บไซท์แล้ว ก็ตัดใจทิ้งเลนส์คู่กาย 2 ตัวไวัในตู้ที่บ้าน คือเลนส์มาโคร และ 70-200 มม. คราวนี้พกแต่ 17-40 กะ 28-105 ตัวนี้ยืมเค๊ามาลอง
และตัวสำคัญที่พกทุกครั้งแต่ไม่เคยใช้คือ 50 fix เอา extension tube มาลองใช้้ถ่ายมาโครด้วย จะรอดไม๊เนี่ย 555
วันแรกเดินทางถึงสนามบินสี่ทุ่มกว่า (เครื่องออกตี 3) มาถึงก็แวะหม่ำที่เอสแอนด์พีก่อน
เพราะคาดว่ากว่าเครื่องจะออกคงหิวน่าดู การเช็คอินที่สนามบินสุวรรณภูมิใช้เวลานานมาก พอเช็คกระเป๋าเสร็จก็ตรงไปช้อปปิ้งคิงพาวเวอร์ได้เสียเงินตั้งแต่ยังไม่ออกจากเมืองไทย เฮ้อ
ขึ้นเครื่องตีสามแล้วหลับเป็นตาย เค๊าเสิร์ฟบะหมี่อะไรมากล่่องก็ไม่ไหว สิ้นสติ (โชคดีที่ไม่ได้กินเพราะทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่อร่อย) ตื่นมาอีกทีเครื่อง landing แล้ว ทำไมถึงเร็วอย่างนี้ฟะ บินแค่ 2 ชั่วโมงกว่าเอง ยังนอนไม่อิ่มเลย เฉินตูเมืองจุดหมายปลายทางอากาศไม่หนาวเท่าที่คิด มาถึงผ่านขั้นตอนต่างๆเสร็จ รถมารับพร้อมไกด์ท้องถิ่นชื่ออาปิน (เพิ่งมารู้วันจะกลับว่าชื่อปิน ทุกคนเรียกอาปิงมาตลอด) และคนขับหนุ่ม 2 คน ชื่อโจว กับ จาง อาปิง (เรียกอาปิงดีกว่าเพราะติดปากกว่า) พูดไทยชัดมาก เล่าว่าเรียนภาษาไทยมาจากคุนหมิง เมื่อเริ่มเดินทาง ก็ไปกินอาหารเช้าแบบบุฟเฟต์ที่โรงแรม Water Hotel อาหารสุดแสนจะไมได้เรื่อง
จากนั้นก็ไปศูนย์หมีแพนด้า เจอความน่ารักของหมีและเด็กอนุบาลชาวจีนที่ยกโขยงมาดูเลยกดไปเยอะ ใช้เลนส์ 28-105 ตัวเดียว คิดถึงเจ้า 70-200 มม. มาก เพราะจะ ได้ซูมเจ้้าแพนด้าจอมขี้เกียจได้ใกล้ๆ ท่าทางมันคงเหมือนโคอาล่าของออสเตรเลีย เอาแต่กินกับนอน แถมคิดถึงมาโครด้วย ดอกไม้
สวยๆ ทั้งน้าน แต่ไม่มีเวลาเปลี่ยนเลนส์เลย
หลังจากแพนด้าก็ไปทานข้าวกลางวัน มื้อนี้ชดเชยมื้อเช้าได้เป็นอย่างดี อร่อยหลายอย่างแต่ทุกอย่างจืดสนิท อ้อ มีไข่เจียวด้วยนะ จากนั้นก็นั่งรถยาวเดินทางต่อผ่านเหมียนหยาง เข้าเมืองเจียงหยูเพื่อพักก่อนเดินทางไปจิ่วไจโกวในวันพรุ่งนี้
21 ตุลาคม 2549
ออกเดินทางไปจิ่วไจโกว แต่ต้องแวะจอดซื้อของที่ร้านของรัฐบาลก่อน (บังคับแวะ) จากนั้นไปวัดเป่าเอิน และต่อไปจิ่วไจโกว ระหว่างทางทิวทัศน์สวยมาก ถ่ายรูปผ่านหน้าต่างรถที่กำลังวิ่งบนทางขรุขระ จะเป็นไงบ้างเนี่ย ที่สำคัญคือได้เจอห้องน้ำจีนของแท้แล้ว
แบบประมาณว่า มี 4 คอก เน้นว่าคอกนะไม่ใช่ห้อง และไม่มีประตู ชะเง้อคอนิดเดียวก็เจอคนคอกถัดไปเลย แต่ห้องน้ำก็สะอาดพอใช้ เก็บเงินคนละ ประมาณ 3 บาท คืนนี้พักที่โรงแรม Jaibo Ancient โรงแรมนี้สวยมากสร้างแบบโบราณ เอาหินแม่น้ำมาเรียงๆ กัน ไม่ทาสีด้วย เสียดายอยู่เลยอุทยานจิ่วไจ้โกว ไกลไปหน่อยประมาณครึ่งชั่วโมงได้้ ทานอาหารเย็นที่ไม่อร่อยเสร็จ ก็ออกไปกดรูปโรงแรมยามค่ำเล่น พอกลับมาโหลดรูปเข้า Xdrive พระเจ้าช่วย ฮาร์ดดิสค์พัง รูปหมีแพนด้้า ที่โหลดไปแล้วจะกู้ได้ไม๊เนี่ย แถมการ์ดอีกใบที่กำลังจะโหลดตอนมันพัง รูปหายหมดเลยต้องเก็บการ์ดกลับไปกู้ที่บ้านอีก ตอนนี้เหลือ CF 2 ใบ คือ 1 กิ๊กใบ และ 512 เมกอีกใบ คราวนี้เลยต้องเปลี่ยนมาถ่าย jpeg แทน raw เพราะฮาร์ดดิสก์พี่ที่มาด้้วยกันเหลือแค่ 9 กิ๊ก และต้องโหลดภาพจาก 4 กล้อง พรุ่งนี้จะไปจิ่วไจโกวแล้ว ทำไงดีเนี่ย
สัญญากับตัวเองว่ากลับไปจะไปซื้อ CF 2 กิ๊กอีก 2 อัน