http://ratpage.multiply.com

22 ตุลาคม 2549

ไปเที่ยวจิ่วไจโกว  อากาศค่อนข้างหนาว  และอุทยานห้ามนำรถใช้น้ำมันเข้าไป  กรณีมาเองหรือทัวร์ไม่จองรถเหมาให้  ก็ต้องนั่ง shuttle  ของอุทยาน ซี่งต้องเข้าคิวยาวเหยียด แถมแต่ละจุดที่เราจะแวะก็ต้องลงไปเอง  แล้วพอจะไปจุดถัดไปก็ต้องมาเข้าคิวรอรถคันถัดไป  แน่นอนหน้าท่องเที่ยวขนาดนี้คนรอคิวจะเยอะขนาดไหน   วันนี้อาปิงไปถามมาแล้วคนเข้าไม่เยอะมากแค่ หมื่นเจ็ด เอง   หากเป็นตอนต้นเดือน ตุลาวันหยุดวันชาติจีน คนเข้าสามหมื่นกว่า คิดดูละกันรายได้มหาศาลแค่ไหน คนละ 220 หยวน  คนสูงอายุ 170 หยวน  เอาห้าคูณเข้าไป  ไหนนักท่องเที่ยวต้องเสียค่ารถ ค่าอาหารอีก  อุทยานเราไม่ยักจะทำมั่ง สภาพจะได้ดูสวยงามและสะอาดเสมอ เค๊าจ้างเจ้าหน้าที่เยอะมาก คอยเก็บขยะ คอยห้ามนักท่องเที่ยวไม่ให้เดินลัดสนาม
สำหรับรถเหมา เค๊าบังคับให้ใช้ไกด์ของเค๊า โชคดีอีกเช่นเคย ไกด์ชาวธิเบตคนนี้หล่อมาก แต่ไม่ตองทำหน้าที่ใดๆ เพราะอาปิงทำแทนหมด  แกบอกขี้เกียจฟังแล้วมาแปลอีก สู้อธิบายเองดีกว่า  ไกด์ชาวธิเบตเลยสบายไป แกยกเบาะมานั่งข้างๆ โอ้โห กลิ่นธิเบต นี่สุดยอดจริงๆ  สงสัยทานแต่นมแพะ นมจามรี  อาม้า อาซิ้มข้างๆ ก็เลยบอก ให้อาปิงจัดการย้ายที่นั่งไกด์แก้มแดงคนนั้นไปนั่งข้างอาปิงแทน พอขากลับอาปิงบอกจะเป็นลม แถมเล่าให้ฟังอีกว่า ชาวธิเบตจะอาบน้ำ 3 ครั้งในชีวิตคือเกิด แต่งงาน และตาย ถ้าใครแต่งงานหลายครั้งก็ได้อาบน้ำมากหน่อย ไม่รู้จริงรึป่าว เชื่อไม่ค่อยได้

จุดแรกแวะน้ำตกนู่หลานน้ำตกที่ใหญ่ที่สุด เก็บภาพได้ไม่เต็มน้ำตก  วันนี้โชคไม่ดี พอไปทะเลสาบ 5 สี ซึ่งสีสวยมากแต่ฟ้าไม่เปิดมีแต่หมอกขาวเต็มไปหมด  กว่าจะเห็นทะเลสาบก็เกือบไม่ท้น จะกลับแล้ว ในบรรดาทะเลสาบ ทะเลสาบดอกไม้ 5 สีสวยมาก มองมุมไหนก็สวยไปหมด แถมมีปลาด้วย  เสียดายมุมดีๆ หลายมุมเค๊า ไม่เปิดให้เข้า ดังนั้นรถจะจอดไม่ได้ ส่วนน้ำตกสวยๆ ที่ชอบคือน้ำตกธารไข่มุข ต้องเดินเข้าไปไกลพอควรแต่ก็สวย  คนเยอะตามเคยกว่าจะออกจากอุทยานก็ห้าโมงได้ แวะมาโรงแรมทานอาหารเย็นและไปดูโชว์ระบำธิเบต  เข้าไปดูช้าเพราะคนขับรถอู้มารับช้า  คราวนี้มั่นใจเกินเหตุ ไม่แบกกระเป๋ากล้องลงไป เพราะกลัวเกะกะหยิบไปแต่กล้องกะแฟลช  ได้ที่นั่งหลังสุดติดกะคนไทย 2 หนุ่มที่ถือเลนส์ขาวเลนส์ยาวยืนถ่ายอยู่ก่อน เค๊าคงเห็นผู้ หญิงข้างๆ คนนี้กระจอก ใช้เลนส์ 28-105 มม. พอเริ่ม ถ่ายก็รู้ว่าแบตเตอรี่แฟลชหมด แถมไม่พกแบตสำรองซะอีก นอกจากนี้ memory  เหลือถ่ายได้อีกไม่กี่รูป เซ็งมากเลยใช้แฟลช pop up แทน จำไว้เป็นบทเรียน อย่าขี้เกียจแบก

 

23 ตุลาคม 2549

วันนี้ต้องออกเดินทางแต่เช้าเพราะต้องไปอุทยานหวงหลง มรดกโลกอีกแห่ง เส้นทางขึ้นเขาสวยมากอีกเช่นเคย มีหิมะตลอดทาง ขาไปแวะร้านหยกของรัฐบาลอีก เค๊าสอนวิธีดูหยกจริง หยกเก๊  เฮ้อเสียเงินอีกแล้ว เบื่อเมืองจีนหลายอย่าง นอกจากเรื่องห้องน้ำ  อาหาร และเรื่องขับรถของคนที่นี่แล้ว เรื่องต่อราคาก็เหมือนกัน  บอกผ่านหลายเท่า ยกตัวอย่างของราคา 400 หยวน ซื้อได้ในราคา 80 หยวน ตอนจ่ายเงินยังสงสัย เราต่อน้อยไปป่าวเนี่ย  

มาถึงหวงหลงก็ทานข้าวกลางวัน เสร็จก็เที่ยงครึ่งแล้ว จากนั้นก็นัดเวลาเจอกันที่ Lobby โรงแรมตอนบ่าย 3 โมง   ระยะทางเดินขึ้นไปถึงชั้นบนสุด 4.2 กม. ใครเดินได้แค่ไหนก็กลับลงมาก่อน  จากนั้นคณะก็พากันเดินเข้าปากทางเข้าอุทยานอีก 300 เมตร กะว่าจะเดินขึ้นไปให้ถึง คราวนี้ยอมสละขาตั้งไม่เอาไป ด้วย แบกเป้กะน้ำขวดนึง แล้วก็เริ่มเดินทาง ตอนแรกก็เกาะกลุ่มกันดี จากนั้นหันไปมองอีกทีไม่เหลือใครแล้ว เหลือพี่ผู้ชายที่แข็งแรงมาก อายุ 68 เคยไปแชงกรีล่ามาแล้ว ซึ่งพี่เค๊าชวนแต่แรก แล้วว่าขึ้นไปข้างบนกัน  เดินไปถ่ายรูปไป  โชคดีมากัน 2 คนเลยช่วยกันถ่ายได้ ตามทางเห็นคนสูดออกซิเจนกระป๋องกันเป็นแถว เพราะอากาศบนนี้บางมาก อยู่สูง 4000 กว่าเมตรเหนือระดับน้ำทะเล แถมอากาศเย็น มาก ทั้งๆ ที่แดดแรง การเดินทางหากมีเวลาเยอะ และไม่กลัวหนาว ก็จะเดินตามป่าเข้าไปได้ แต่ถ้าต้องการ ความเร็วก็ต้องเดินตากแดดไปตามทางไม้ที่เค๊าทำไว้ให้  หรือคนขี้เกียจจริงๆ ก็ขึ้นกระเช้าเอา แล้วเดินลงเอง ตามสภาพกำลังของแต่ละคนว่าจะเลือกแบบไหน    
เมื่อไกด์แนะนำให้เดินไปตามทางเดิน ก็ต้องไปตามกัน หวงหลงสวยมาก  โดยเฉพาะฟ้าสีน้ำเงินเข้ม ตัดกับต้นไม้สีเหลืองและทะเลสาบสีเขียวเป็นอย่างมาก  เดินทางไปเหงื่อตกต้องถอดเสื้อหนาวตัวหนักออกถึงค่อยยังชั่วได้เพราะเดินขึ้นเขามันใช้พลังงานมาก  เดินไปได้ ถึงจุด 2800 เมตร เหลืออีกกิโลกว่าเอง เหลือบดูเวลา  ว้าต้องลงแล้ว เพราะบ่ายสองสิบห้าได้แล้ว เ สียดายมั่กๆ  ถ้ามีเวลาให้อีกหน่อย คงจะเดินถึง  ลงมาก็แวะซัด coke ตามเคย เวลาไปเมืองนอกตัองกินตลอด แปลกจัง พอกลับลงมาก็เตรียมตัวเดินทางต่อ  เพราะต้องไปพักที่เมืองเม่าเซี่ยนระยะทางอีกประมาณ 4 ชั่วโมงกว่า เส้นทางนี่โหดใช้ได้  ทางไปแม่ฮ่องสอยอาย  โค้งเยอะมาก  ขึ้นเขาลงเขาตลอด เค๊าเรียกเส้นทางนี้ว่ามังกรเก้าชั้น คิดดูแล้วกันโหดขนาดไหน โชคดีวิ่งกลางคืนมองไม่เห็นหน้าผา แถมคนขับขับซิ่งมาก หลับมาตลอดทาง  ยังดีเอาชีวิตรอดมาได้ 

 

24 ตุลาคม 2549

วันนี้มีกำหนดไปเขื่อนตู่เจียงเยี่ยน มรดกโลกอันดับสามของการเดินทาง ยิ่งนานวัน คณะพรรคก็ยิ่งพากันหลงเสน่ห์อาปิงไกด์ท้องถิ่นมาก  นอกจากจะพูดไทยเก่งแล้วทั้งมีมุข คำผวน จนคนไทยอึ้ง เค๊าเล่าว่าเคย มาสอนหนังสือจีนที่เมืองกาญจน์ 5 เดือน  แต่ดูดูแล้ว ภาษาไทยแกเชี่ยวมาก คำว่ากิ๊ก อะไรก็รู้หมด เค๊าเล่าว่าเค๊าแซ่หม่า  แต่เด็กจะทักเค๊าทุกวันว่า หมาเหล่าซือเห่า   บางครั้งแวะจอดให้เข้าห้องน้ำ แกก็จะบอกว่าห้องน้ำนี้หลายดาว คือเข้าแล้วออกมาเห็นดาวเลย  บางครั้งชวนแกทานข้าวด้วย เพราะอาหารทานไม่เคยหมด เหลือเยอะทุกมื้อ  ทั้งๆที่รู้ว่าไกด์เค๊าจะทานต่างหาก แกก็จะตอบว่าแกทานหูฉลามแล้ว (หูฉลามน้ำจืด)    เวลาพักโรงแรม แกก็จะบอกว่านี่เป็นโรงแรม 9 ดาว เพราะธงชาติจีนมีดาว 9 ดวง  เอากะแกสิ  ถามอะไรไม่เคยมีจน ตอบได้ตลอด   ตัวเล็กๆ ขนาดนี้บทแกจะลุย แกก็ลุยโลด ไปทะเลาะกับ บ๋อยร้านอาหารที่เป็นตุ๊ดก็ได้  แกบอกแกไม่กลัวหรอก ตุ๊ดคนเดียว
ทัวร์คณะนี้กระทัด รัดมากมี 20 คนเอง  แต่ละคนก็น่ารัก เพิ่งเคยมากะทัวร์ครั้งแรก แต่ก็สนุกมาก เพื่อนร่วมทางดี ไกด์คนไทยก็ดี ทำพริกน้ำปลา ยำปลากระป๋องแจกตลอด บนรถก็ซื้อขนมแจก  แถมยกลัง แอปเปิ้ลที่เม่าเซี่ยนมาให้ทาน รถก็นั่งสบาย ที่นั่งเยอะกว่าคนนั่ง เลยนั่งคนเดียว และมีที่วางกระเป๋ากล้องให้มีอุปกรณ์พร้อมถ่ายรูปได้ตลอดเส้นทาง   ทัวร์คณะนี้ไม่มีธงเหมือนชาวบ้านนะ เราต้องใช้สายตามองหาอาปิงเอง ตัวแกก็เล็กนิดเดียว  วันนี้ไปเขื่อนตู่เจียงเยี่ยน มรดกโลกอันดับที่ 3 ของทริปนี้  เขื่อนนี้มีประวัติความเป็นมาและการก่อสร้างที่ยิ่งใหญ่มาก แต่ถ่ายรูปไม่ค่อยสวย อาจเพราะอากาศมัวซัว หรือเพราะเห็นทะเลสาบเขียวๆ ใสๆ มาเยอะแล้ว  วันนี้เข้าพักโรงแรมเร็วมาก นับไปนับมายังเหลือมรดกโลกที่ต้องไปเยือนอีก 2 แห่งและเหลือวันเที่ยวอีก 3 วันเต็ม  คิดถึงข้าวเหนียวส้มตำมาก  คิดไม่ถึงว่าอาหารจีนในถิ่นมณฑลเสฉวนซึ่งขึ้นชื่อว่าอาหารรสจัดสุดแล้ว จะเลี่ยนได้ขนาดนี้  งวดหน้าต้องพกมาม่ามาซักลังแล้ว  อาหารกลางวันและเย็นมาตรฐานที่ต้องเจอทุกมื้อได้แก่ ผัดผักมันย่องหรือไม่ก็ลวกจืดๆ 2-3 จาน  เต้าหู้จืดๆ  ผัดผัก(นอกเหนือจากที่กล่าวมาแล้ว) กับหมู 3 ชั้นที่มีแต่มันทั้ง 3 ชั้น  ไข่เจียวจืดๆ  น้ำซุปที่มีแต่น้ำจืดๆ  ปลานึ่งจืดๆ ที่มีก้างมหาศาล ข้าวเปล่า และบะหมี่น้ำจืดๆ  ส่วนผลไม้ก็มีแตงโม  เครื่องดื่มคือเป็บซี่  Rain เพราะข้างขวดจะเป็นรูปนักร้อง Rain 1 ขวดต่อ 10 คน กับชาจีนร้อนจืดๆ  ส่วนอาหารเช้ามาตรฐานจะเป็นข้าวต้ม  ไข่ต้ม ซาลาเปาจืดๆ  ขนมไข่  กับข้าวพวกผักต่างๆ จืดๆ  น้ำส้มร้อนจืดๆ  นมหรือน้ำเต้าหู้จืดๆ  ไม่ให้พกมาม่ามายังไงไหว


dragowen wrote on Feb 21, '07
ผมละอยากไปแทบแย่เลยคับที่นี่อะ ม่ายรู้จะได้ไปเมื่อไหร่............. เฮ้อ................... อยากไปจิง ๆ.................
ratpage wrote on Feb 21, '07
ผมละอยากไปแทบแย่เลยคับที่นี่อะ ม่ายรู้จะได้ไปเมื่อไหร่............. เฮ้อ................... อยากไปจิง ๆ.................
ตุลาไงคะ แต่ปีไหนแล้วแต่ความพร้อม แต่ดูๆ แล้วปีนี้คนไทยน่าจะไปมากกว่าเดิม เพราะมีภาพมาเผยแพร่มากขึ้นน่ะค่ะ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help