http://ratpage.multiply.com

 

จากทริปภูหลวงที่ไปกะเว็บ http://
www.pai-pa.com เมื่อวันที่ 10-11 มีนาคม 2007   ภาพที่ชาวคณะไปป่ะถ่ายมา ทำให้รู้สึกอึ้ง ทึ่ง  กับความสวยงาม  จึงเป็นที่มาของคำถามต่างๆ ในการถ่ายภาพมาโคร  เลยขอเอามาสรุปเป็นประเด็น อาจดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เห็นความฉลาดน้อยของผู้ถาม   Staff ของไปป่ะ ได้แก่  นายกาแฟดำ   ลำดวน  รักษ์ทะเล และ Pucchio   สำหรับคำตอบจะเป็นรักษ์ทะเลเป็นผู้ตอบค่ะ

เริ่มจาก 2 ภาพนี้ของรักษ์ทะเล (ติ๊ฟ)


Q : ภาพน้องผึ้งขนฟูนุ่มดีจัง... แบบว่า ถ่ายธรรมดาก็จะแย่อยู่แล้วนี่คุณน้องเล่นใส่แฟลชหนูผึ้ง ทวีความยากขึ้นไปอีก อ๊าซซซซซซซซ!!! ทำไมน้องผึ้งตัวใหญ่อะคะ กำลังขยายมากกว่า 1 ต่อ 1 ป่าว

A : ทั้งสองภาพไม่ได้ครอปมาครับ ...... เป็นไฟล์เต็มแต่ ratio ไม่ถึง 1:1 มั้ง ....... ถ้าเต็ม 10 อัตราขยายน่าจะอยู่ที่ 7-8 จาก 10 อ่ะ   ผึ้งตัวแรกใช้ f/11 speed 1/125 ไม่ได้ชดเชย แฟลช ........ เป็นโชคดีที่ภาพชัดน่ะครับเพราะ f/ ยังคุมชัดลึกไม่ดีพอ ผึ้งตัวที่สองใช้ f/32 speed 1/90 เพราะตอนนั้นตัวแบบกับฉากหลังห่างกัน 2 สต๊อบแล้ว ....... สปีดก้อไม่ต้องสูงมากก้อได้

Q : ทำไมถึงทราบว่าแบบกับฉากหลังห่างกัน 2 สต็อปอะคะ? ณ วินาทีที่ถ่ายนั้น พี่กดชัตเตอร์อย่างเดียวก็เอาชีวิตไม่รอดแล้ว   แบบว่า เห็นแล้วทราบเลยป่าว? กะประมาณเอา? หรือว่า ต้องตั้งกล้องรอ วัดแสง วัดแสง แล้วรอให้ผึ้งบินมาเข้าฉาก แล้วค่อยถ่าย???

A : เข้าใจว่าคงคิดว่าเราต้องวัดแสง ณ ตอนนั้นแน่ๆเลย ........ ผมคงเขียนสั้นจนพี่เข้าใจผิดไปแน่ๆเลยครับ ..... ขออำภัย
ปกติเวลาผมถ่ายมาโครจะใช้โหมด M แล้วตั้ง f stop + speed shutter ล่วงหน้าไว้เลย ... โดยมากก้อจะ under อยู่ประมาณ 2 stop เป็นอย่างน้อยแล้วค่อยใช้แฟลชแยก fill ที่แบบจนกลายเป็นมาโครหลังดำอย่างที่ถ่ายกันปกติถูกมั้ยครับ .....

ที่ control panel จะโชว์อย่างนี้นะครับ + ... l ... 0 ... l ... - ถูกมั้ยครับ .....
เวลาใช้โหมด M ผมจะเซ็ท f stop ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว .... ขึ้นอยู่กับว่าจะคุมชัดลึกมากเท่าไหร่ ..... ทั่วไปก้อ f/11 f/22 f/32 ..... บางครั้งหากต้องการเน้นมากๆก้อเคยใช้ f/45 มาแล้วครับ ....... แต่ไม่บ่อยเพราะ f stop ก้อมีผลกับสีสันของภาพด้วย ...
ที่นี้พอใช้โหมด M กล้องจะมีเกจบอกเราเลยว่าตอนนี้ over หรือ under อยู่เท่าไหร่อยู่แล้วครับ ...... (แต่ไม่บอกเป็น speed shutter ยกเว้นถ้าใช้โหมด A ..... กล้องจะบอกว่า speed shutter เท่าไหร่) ..... ตอนก่อนถ่ายผมก้อเห็นแล้วว่าแบบกับฉากหลังต่างกันอยู่ 2 stop จากเกจนะครับ

ต.ย. + ... l ... 0 III l III - ที่นี้ก้อถ่ายโดยใช้แฟลชแยก fill เข้าไปที่แบบ .... ภาพก้อจะไม่ over หรือ under เกินไป

 ...... อย่างที่บอกว่าผมตั้งรูรับแสง + สปีดชัตเตอร์ล่วงหน้าไว้แล้ว ...... และโดยปกติผมตั้งโฟกัสที่เลนส์ไว้เป็น manual focus เพราะหากเป็นตั้งเป็น auto แล้วมักจะโฟกัสตามแบบที่เป็นแมลงไม่ค่อยทัน + มักจะไม่ได้อัตราขยายที่ต้องการ ..... แต่หากตั้งโฟกัสเป็น manual แล้วเราก้อสามารถจะตั้งอัตราขยายที่เราต้องการเอาไว้ก่อน...... ที่เหลือเราก้อจะได้ไปเต็มที่กับการจัดคอมโพให้มากที่สุด ...... ขยับเข้าๆออกๆหาแบบจนมั่นใจว่าชัดแล้วก้อ แชะ แชะ ........ เขียนอธิบายไม่ค่อยเก่ง แต่หวังว่าพอจะได้ไอเดียนะครับ .....

Q : 45 พระเจ้า เกิดมาเจอแค่ f22 ก้อหรูตายล่ะสำหรับช้านนนน
ของผมได้ f51 อิอิ

A : รูรับแสงแคบสุดขึ้นอยู่กับเลนส์ด้วยครับ ...... ไม่ใช่ที่กล้องอย่างเดียว .......
ที่บอกว่า under 2 stop เพื่อหลังดำจริงๆแล้วก้อจะเป็นการทำความต่างของแสง ที่ตัวแบบกับฉากหลัง  หากค่าแสงที่ตัวแบบต่างจากค่าแสงที่ฉากหลัง 2 stop เมื่อไหร่ ....... ฉากหลังก้อจะดำโดยอัตโนมัติอย่างที่เราๆรู้กัน ..... บวกกับเราได้ sync flash แยกมา fill ให้แบบสว่างพอดีด้วยงัย ....... ซึ่งปกติเราจะตั้งแฟลชเป็น TTL (through the lens) .... ฉะนั้นจะเห็นว่าแม้ว่าเราจะตั้งค่าความต่างของตัวแบบ under ไปมากกว่า 2 stop ...... เราก้อจะยังได้มาโครฉากหลังดำและตัวแบบที่แสงพอดีอยู่ดี ......

งั้นสงสัยมั้ยครับ ........ ว่าทำไมต้องสนใจด้วยว่าจะ under 2 stop ไปทำมัย ..... ในเมื่อจะ under 3 หรือ 4 stop ..... แฟลชเราก้อจะส่งปริมาณแสงมา fill แบบให้ได้หลังดำและแสงพอดีอยู่ดี .......... สิ่งที่แตกต่างก้อคือ ..... สีสันที่เราจะได้งัยครับ
หลักการนี้ต้องลองไปศึกษากันดูนะครับเป็นสิ่งที่ผมสังเกตมาว่าเมื่อผมถ่ายมาโครที่ต้องการให้ฉากหลังดำ
ให้ under 2 stop เป็นค่าที่เราปล่อยให้มัน under มากที่สุด .... ซึ่งบางครั้งผมปล่อย under 1 stop เท่านั้น .....
ผลคือสีที่ได้จะดีกว่าตอนที่ถ่ายมาแล้วหลังดำด้วย under ที่ 3-4 stop น่ะ ........
อิ อิ ...... พอแร่ะพิมพ์เยอะแล้วเมื่อย .......... ทั้งหมดนี้คิดว่านำมาแบ่งเพื่อนๆ ล่ะกันนะครับ ...... แต่ทั้งนี้เราก้อต้องมาต่อยอดการเรียนรู้หาสไตล์แบบของเราเองด้วยนะครับ .........

จริงๆคนที่ผมต้องขอบคุณมากที่สุดคือพี่จา .... จามิกร .... ที่แบ่งปันความรู้เรื่องนี้ให้อย่างไม่หวงวิชา .....
ส่วนอีกคนนี่พลาดไม่ได้เลยคือนายกาแฟดำผู้ซึ่งจุดประกายการเดินทางและการถ่ายภาพ....... แต่อย่านินทาดังเพราะตอนนี้หูแกดีแล้ว กรั๊กกกกกก

Q : เอาใหม่ถ้าจะถ่ายรูปผึ้งแบบของติ๊ฟ (รูปหลัง) แต่ไม่ต้องการใช้แฟลช ใช้แสงธรรมชาติ จะถ่ายยังไงดี เพราะถ้าไม่ใช้แฟลชภาพผึ้งก็คงจะไม่ได้แบบนี้ และถ้าใช้ fแคบๆ อย่าง 32 ที่ใช้อยู่น่ะ ภาพมันจะเป็นยังไง สมองช้า ต้องค่อยๆ อธิบายนะ ฮิฮิ   แต่สงสัยที่ติ๊ฟบอกอีกนิดว่า under แค่ stop เดียว แล้วยิงแฟลชเอา ก็ได้หลังดำแล้วเหรอ

A : เอิ๊กกกก ....... เป็นคำถามที่ตอบง่าย ...... แต่ทำได้ยากมากกกกกกกกกกกกกกกกครับ หากใช้ f/32 ก้อจะได้ความคมชัดที่เหมือนๆกันครับ ...... เผลอๆอาจจะได้สีที่ดีกว่าด้วย (หมายถึงสีสันสดใสกว่า) อันนี้แล้วแต่คนชอบครับ

แต่ปัญหาคือ ..... แบบไม่หยุดนิ่งให้ถ่ายแน่นอน ...... จากวันนั้นคนที่ลองถ่ายดูก็คงจะรู้ว่าผึ้งพวกนี้เคลื่อนไหวเร็วมากครับ ....... แย่หน่อยก้อมีเวลาเสี้ยววินาที ...... ถ้าดีหน่อยเค้านิ่งพอที่จะถ่ายทันก้อ 2-3 วินาที ...... ไม่มีตัวไหนที่นิ่งให้ถ่ายนานมาก
และ ...... โอกาสที่ใช้ f/32 แล้วได้ speed สูงพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของตัวแบบและเร็วพอที่จะได้ภาพคมชัดนั้นมีโอกาสนับครั้งได้เลยครับ
ไม่ใช่ว่าใน 1 วันจะไม่มีสภาพแสงแบบนั้นนะครับ ........ แต่มันเป็นแสงแรงๆแข็งๆช่วงเที่ยงๆบ่ายต้นๆ ...... แปลคือต้องถ่ายภาพกลางแดดนั่นแหละครับ
ซึ่งหากเอ่ยถึงหลักการถ่ายภาพแล้ว ..... ช่วงเวลาเที่ยงนี้เป็นช่วงที่ควรเลี่ยงการถ่ายภาพมากเพราะแสงแบบนี้จะดูแข็งและทำให้แบบดูแบนมาก

แต่หากเมื่อเลี่ยงแดดเข้าไปถ่ายในที่ร่ม......อีกวิธีคือเร่ง ISO เอาครับหากไม่อยากใช้แฟลช ...... แต่อาจจะต้องเร่งขึ้นไปถึง 1600 หรือ 3200 เลยทีเดียวครับ ...... เผลอๆขนาดเร่ง ISO สุดๆแล้ว speed ยังได้ไม่พอเลยครับ ..... แต่หากอยากถ่ายจริงๆ คงต้องเพิ่มค่า f (คือยอมแลกความคมชัดออกไปครับเพื่อที่จะได้ speed ที่เพิ่มขึ้นมา) แต่ขอเสียของการเร่ง ISO มากขึ้นไปถึงขนาดนั้นและถ่ายภาพในที่สภาพแสงน้อยๆแล้ว (หรือแม้แต่ในที่ร่มก้อตาม)..... สิ่งที่จะตามมาคือ noise ในส่วนของ shadow ครับ ......

จะเห็นได้ว่าไม่มีคำตอบไหนที่ดีที่สุดครับ ....... ทุกวิธีก็มีข้อดีข้อเสียในตัวมันเอง ...... ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคนถ่ายแล้วว่าจะยอมแลกด้วยอะไรอ่ะครับ

สำหรับการถ่ายมาโครนี่ ....... การเลือกฉากหลังที่ดีจะสามารถช่วยให้แบบเด่นหรือด้อยไปได้มากเลยครับ
แต่ขอตอบข้อสงสัยก่อน .... หลังจะไม่ดำสนิทครับหาก backgrond สว่างมาก ..... ภาพที่ได้จะเหมือนตัวแบบที่ได้รับแสง fill flash และฉากหลังสีทึมๆเข้มๆแต่ไม่ดำ ...... แต่หากได้ background ที่มืดอยู่แล้ว ..... หรือเข้มๆหน่อย ..... under 1 stop + fill flash ก้อจะได้หลังดำแล้วครับ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกฉากหลังสว่างหรือมืดด้วยน่ะครับ ........

ป.ล. แต่ถ่ายด้วยดิจิตอล ..... เดี๋ยวนี้ถึงถ่ายมาหลังดำหรือไม่ดำนี่ ....... สามารถจัดได้ครับ อิ อิ

Q : ว่าแต่ถ้าใช้ f32 แล้ว มันไม่ทะลุไปฉากหลังเลยเหยอ กรณีไม่ใช้แฟลชอะ (โง่อะ) คำนี้ขอเซ็นเซอร์

A : ถ ถถถถ ถถ ถ ถูกต้องนะก๊าบบบบบบบบบบบ  

 แต่เลนส์มาโครมีความชัดลึกต่ำกว่าเลนส์ไวด์ทั่วไปนะ .......  (โปรดสังเกตคนตอบชักเริ่มรำคาญคำถามโง่ๆ )

 

Q : กรณีเราถ่ายดอกไม้สีขาว ปกติมักจะให้ over เพื่อให้ได้สีขาว แต่หากเราต้องการฉากหลังที่ดูมืดกว่าวัตถุ เราก็ควรจะถ่ายให้มัน under ใช่ปะ   คราวนี้ ดอกไม้ขาวมันก็จะไม่ขาว และฉากหลังก็จะไม่มืด อีกคำถามคือถ้าถ่ายดอกไม้ขาวให้ขาวพอดี เราก็จะเก็บรายละเอียดหรือ texture ของดอกไม้ไม่ได้มากใช่ป่าวคะ  (อันนี้คงรู้แล้วว่าใครถาม แย่จัง - รู้ความโง่อีกละ)

A : ขึ้นอยู่กับว่าใช้วัดแสงโหมดอะไรครับ ....... ที่พี่บอกมาน่าจะหมายถึงเฉลี่ยทั้งภาพ ........ หากถ่ายอันเดอร์ ภาพโดยรวมก็จะมืด (หลังมืด) แต่แบบก็จะมืดด้วยนะ ......  ......
จริงๆ มีหลายๆวิธีที่จะแก้ .... ทั้งถ่ายคร่อมมา 3-4 ภาพแล้วมาแก้ใน photoshop แต่หากลายละเอียดเยอะมากนี่ ...... ลำบากแน่ๆครับ
หรือเปลี่ยนโหมดวัดแสงก็ดีครับ ....... ใจจริงผมอยากแนะว่าให้ถ่ายมาให้ดีที่สุดก่อน ...... ขอให้ photoshop เป็นสิ่งสุดท้ายที่จะทำหากเลี่ยงไม่ได้จริงๆ น่ะ .....
ลองเปลี่ยนโหมดวัดแสงเป็น spot ดูนะครับ ..... คิดว่า 30D น่าจะทำได้ ..... (อันนี้คือข้อดีอีกอันของ 30D เลยเพราะรุ่นเล็กกว่านี้ Canon ไม่ใส่มาให้)
สมมุติ ....... แบบเป็นวัตถุสีขาวแล้วลองหมุนหามุมที่ฉากหลังเป็นสีเข้มๆ หรือมืดๆดูนะครับ ..... ทีนี้เวลาวัดแสงเรายังไม่ต้องไปสนใจฉากหลัง....
เราเน้นให้จุดที่วัดแสงตรงกลางช่องมองภาพของเรา (จุดวัดแสงตรงกลางประมาณ 8% ของพื้นที่โฟกัสสกรีนทั้งหมด ....) ทีนี้ก้อชดเชยแสงตามที่ได้เรียนมา .... จะ + 1.5 หรือ + 2 ก็ว่ากันไปครับ ...... ลองทั้งแบบใช้และไม่ใช้แฟลชนะ .....
อยากบอกว่าจริงๆแล้วกล้องและแฟลชของเราน่ะ ..... มีตัววัดแสงแยกกันนะครับ ...... อยู่ที่กล้อง 1 ชุด ...... และอยู่ที่แฟลชแยกอีก 1 ชุดน่ะ ....
เพราะฉะนั้นเวลาชดเชยแสงที่ตัวกล้องเวลาถ่ายภาพ ....... ไม่ต้องกังวลว่ามันจะเอาไปมั่วกับแฟลชเวลาใช้ถ่ายมาโครเน้อ ....
ลองถ่ายดูที่บ้านก้อได้ครับ ..... หาแบบที่สีขาวหน่อย แล้วหามุมที่ฉากหลังเข้มหน่อยนึง ..... ไม่ต้องดำสนิทก้อได้ครับ ... เพราะเวลาถ่ายจริงคงเซ็ทฉากหลังไม่ได้มาก..... ใช้วัดแสงเฉพาะจุดวัดไปที่แบบแล้วชดเชย +1, +1.5, +2 ดูความแตกต่าง .... แล้วเอาลองไป view ที่จอคอมพ์ดูครับ

...อีกคำถามคือถ้าถ่ายดอกไม้ขาวให้ขาวพอดี เราก็จะเก็บรายละเอียดหรือ texture ของดอกไม้ไม่ได้มาก... อันนี้ตอบยากครับ .......
จริงมีหลายปัจจัยที่ต้องเอามาตัดสินใจร่วมด้วยครับ ...... เช่น
1. ที่จอ LCD อาจจะมองไม่เห็นลายละเอียด ..... แต่พอเปิดจากจอคอมพ์กลับเห็นว่ามีลายอะเอียดอยู่ ...... เพราะจอ LCD แสดงผลหรูสุดน่าจะตกอยู่ประมาณ 230,000 - 250,000 pixel ใช่มั้ยครับ ..... แล้วกล้องเรา 8 - 10 ล้านพิกเซล ...... คิดดูเล่นๆ ว่า จอแสดงผลแค่ 1 ใน 32 - 40 เท่าจากไฟล์ภาพจริง ........ ดังนั้นอย่าเชื่อภาพจาก LCD มากนะครับ .... แต่หากอยากเช็ค detail ว่า over หรือ under หรือปล่าว .... ให้ดูจาก histogram จากกล้องเท่านั้นนะครับ .....
2. จอ LCD แต่ละค่ายจะแสดงผลมืดสว่างไม่เท่ากันครับ ...... เผลอๆ ขนาดรุ่นเดียวกันออกจากโรงงานเดียวกันมายังไม่เท่ากันเลยครับ ..... ดังนั้นควรสังเกตเวลาเราถ่ายแล้วเราเอารูปลงคอมพ์ว่าเวลาแสดงผลที่ LCD กับหน้าจอคอมพ์เราต่างกันมากน้อยเท่าไหร่น่ะ (จอคอมพ์ที่ calibrate แล้วนะครับ)
..... คร่าวๆ ประมาณนี้อ่ะครับ ...... ถ้านึกอะไรออกจะมาเพิ่มให้ทีหลังครับ

บอกแล้วว่า วัดแสงเฉพาะจุดเนี้ยเค้าดีจริงๆนะ บอกให้ใช้ก็ไม่ยอมใช้ (ชินแล้วจะติดใจจิงๆนะ)^^ มันน่าช้ำใจคนอยากใช้ก็ไม่มีให้ใช้ คนมีใช้ก็ไม่ยอมใช้ อิอิคิดออกแล้วแลกกล้องกันใช้มะ

อันนี้เสริมค่ะ

บางรูปที่ใช้แฟลชน่ะครับ .... พอยิงแฟลชไปเงาของดอกและใบของกลุ่มนึง ..... มันไปบังทับของอีกกลุ่มนึงน่ะครับพี่ ..... หากเป็นไปได้น่าจะหากระจกขนาดที่พี่แอ๋มหรือพี่อู๋พกไปอ่ะครับ (น่าจะเคยเห็นนะครับ) ...... เอาไปช่วยเปิดเงาให้ภาพใสเคลียร์ขึ้นได้นะครับ ....
ส่วนเรื่องกระจกสะท้อนแสงมันจะแค่ช่วยเปิดรายละเอียดส่วนที่มืดให้เห็นดีเทลมากขึ้นแค่นั้นเองครับ ...
คงไม่ดีเท่าใช้แฟลช 2 ตัวหรอกครับ ..... เพียงแต่มันเป็นอุปกรณ์ที่ถูกและให้ผลดีเท่านั้นเองครับ
วิธีใช้ก้อใช้สะท้อนแฟลชกลับไปหาแบบเพื่อให้ดีเทลด้านตรงข้ามของแฟลชสว่างขึ้น ..... หรือใช้หักเหแสงอาทิตย์เข้าไปหาแบบงัยครับ ... ทีนี้แบบก็สว่างขึ้นได้ถึงแม้จะไม่โดนแสงโดยตรง ^.^

จบแล้วค่ะ  อ่านรู้เรื่องไม๊เนี่ย

พอเป็นบรรณาธิการไหวมะ    

 

คำอธิบาย   ตัวอักษรสีเขียวเขียนโดยเจ้าของเว็บ
                 ตัวอักษรสีดำเป็นคำถามจากทางบ้าน
                 ตัวอักษรสีน้ำเงินหนาเป็นคำตอบของรักษ์ทะเล
                 ตัวอักษรสีแดงเป็นการเน้น
                 ตัวอักษรสีม่วงคือพวกขาแจม

 

 



17 CommentsChronological   Reverse   Threaded
aeko wrote on Mar 20, '07
เจ๋งครับ คุณ ratpage

ได้ความรู้มากมาย
dragowen wrote on Mar 20, '07
โห ให้คะแนนเต็มสิบเลยคับ.... แต่คงต้องมาอ่านหลายรอบมาก ๆ นิดนึงอะคับ ท่าทางจะยากเกินฟามสามารถแฮะ ไว้ต้องแว้บไปทริปกะมือโปรมั่งแระ.... เราจะได้พอถ่ายเป็นกะเค้ามั่ง..... เจ๋งงงง ครับ ข้าน้อยขอคำนับร้อยครั้งเลยดีก่า.....ด้วยความขอบคุณคับ....
tuangtuang wrote on Mar 20, '07
กรี๊ดดดด พี่รัตน์สุดยอดค่ะ
รวบรวมวิชาที่กลั่นมาจากประสบการณ์ของเทพมาโครเอาไว้ในหน้าเดียว ดีจังเลยค่ะ

แถมยังมี index สีของตัวอักษรอีกเสียด้วย เก๋มากๆ (แอบขำอักษรสีม่วง) อิอิ
ampgallery wrote on Mar 20, '07
โห ขยันมากพี่อย่างนี้มาโครรุ่งแน่ๆ เลย
ratpage wrote on Mar 20, '07
aeko said
เจ๋งครับ คุณ ratpage

ได้ความรู้มากมาย
ยกประโยชน์ให้กะเว็บไปป่ะค่ะ โดยเฉพาะติ๊ฟที่เสียเวลามาสอนคน (ไม่ค่อยฉลาด) อยากถ่ายภาพสวยๆ
ก็คงต้องไปกะเค๊าแหละค่ะ
ratpage wrote on Mar 20, '07
โห ให้คะแนนเต็มสิบเลยคับ.... แต่คงต้องมาอ่านหลายรอบมาก ๆ นิดนึงอะคับ ท่าทางจะยากเกินฟามสามารถแฮะ ไว้ต้องแว้บไปทริปกะมือโปรมั่งแระ.... เราจะได้พอถ่ายเป็นกะเค้ามั่ง..... เจ๋งงงง ครับ ข้าน้อยขอคำนับร้อยครั้งเลยดีก่า.....ด้วยความขอบคุณคับ....
55 ไปทริปกะมือโปรต้องหมั่นเข้าเว็บเค๊าค่ะ เพราะเต็มเร็วมาก
ratpage wrote on Mar 20, '07, edited on Mar 20, '07
กรี๊ดดดด พี่รัตน์สุดยอดค่ะ
รวบรวมวิชาที่กลั่นมาจากประสบการณ์ของเทพมาโครเอาไว้ในหน้าเดียว ดีจังเลยค่ะ

แถมยังมี index สีของตัวอักษรอีกเสียด้วย เก๋มากๆ (แอบขำอักษรสีม่วง) อิอิ
พอดีขออนุญาตติ๊ฟไว้ ตวงเอาไปลงด้วยสิ จะได้ให้คนอ่านเยอะๆ


สีม่วงเจตนาแซวพวกขาแจมอะ
ratpage wrote on Mar 20, '07
โห ขยันมากพี่อย่างนี้มาโครรุ่งแน่ๆ เลย
เขียนตามติ๊ฟนะง่าย แต่มันทำยากอะสิ เหนื่อยจริงจริง
ratpage wrote on Mar 20, '07
อ้อ ข่าวดี ได้ข่าวแว่วๆ ว่าเว็บไปป่ะจะจัดแก้มือภูหลวงอีกรอบสิ้นเดือนนี้ วันที่ 31 มีนา - 1 เมษา เดินทางคืนวันศุกร์ที่ 30 ใครสนใจก็เข้าไปดูในเว็บได้


http://www.pai-pa.com/forum/viewtopic.php?t=1130

รีบๆ นะคะ เดี๋ยวจะเต็มซะก่อน

rtlshowroom wrote on Mar 20, '07
.... ง่า ...... ขยันจังพี่รัตน์ ........ ไม่อยากเชื่อว่าจะพิมพ์อะไรได้ยาวขนาดนี้ ..... อ่านเองแอบงงเองอ่ะ ... อิ อิ
pemika wrote on Mar 20, '07
โอ้ว...เป็นปลื้ม
ratpage wrote on Mar 20, '07
.... ง่า ...... ขยันจังพี่รัตน์ ........ ไม่อยากเชื่อว่าจะพิมพ์อะไรได้ยาวขนาดนี้ ..... อ่านเองแอบงงเองอ่ะ ... อิ อิ
ไม่ได้พิมพ์ ก็อปแปะ ก็อปแปะ ไม่ยากหรอก แต่ไอ้ที่ตอนแรกมันเจ๊งต้องทำใหม่นี่สิ อยากตาย....


คนเขียนเอง งงเองได้ไง
ratpage wrote on Mar 20, '07
pemika said
โอ้ว...เป็นปลื้ม
เว็บใครละเนี่ย ก็ไปป่ะ ให้ความรู้เยอะ ก็ต้องช่วยประชาสัมพันธ์ไงคะ
xlstep wrote on Mar 20, '07
อึม อ่านจบเก็บกล้องดีกว่า
เพราะไม่มีเลนต์อะพี่ ยืมหน่อยดิ
ratpage wrote on Mar 20, '07
เลนส์คู่ชีพเชียวนะ ว่าแต่ 400D มีวัดแสงแบบ spot ปะ
8meg wrote on Mar 21, '07
อู้ววววว แม่เจ้าทำไปได้ -*-ยอดจริงๆคร้าบบบบบพี่
^
^
ตอบแทนxlstepว่าต่ำกว่า 30D ลงไปม่ายมี วัดแสงเฉพาะจุดอะ (เซงว้อยยย)
ratpage wrote on Mar 21, '07
8meg said
อู้ววววว แม่เจ้าทำไปได้ -*-ยอดจริงๆคร้าบบบบบพี่
^
^
ตอบแทนxlstepว่าต่ำกว่า 30D ลงไปม่ายมี วัดแสงเฉพาะจุดอะ (เซงว้อยยย)
ว้าไม่มี เลยไม่มีเพื่อนช่วยมั่วดิ
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help