ทริปคราวนี้เขียนได้ไม่ยาก เพราะได้เจ้า ipaq ตัวเดิมคอยจดบันทึกตลอดการเดินทาง เพียงแต่ว่าทุกคืนมักจะหลับคาไอ้เจ้า pocket pc ตลอด ตื่นเช้ามาก็ต้องมาควานหาปากกา stylus ว่าไปหล่นตรงไหนบ้างรึป่าว ไปทริปนี้ทำของเจ๊งเพียบเลย เฮ้อ! เศร้าจริงๆ
ก่อนออกเดินทาง เนื่องจากอากาศแปรปรวนเลยเริ่มไม่สบายเจ็บคอ พอวันเดินทางเลยแวะซื้อยาไปเพียบตั้งแต่ยาอม ยาดม ยาหม่อง ยาแก้อักเสบ ยาแก้แพ้ ยาแก้ไข้ วิตามินซีอีกถุงใหญ่ ป้องกันสุดฤทธิ์
วันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค. 2007
ไปถึงสนามบินคนไม่มาก อาจเป็นเพราะเดินทางเช้า และใกล้เปิดเทอมแล้ว ทำให้ check in ได้เร็วเป็นพิเศษ จากนั้นก็เริ่ม shop ตามอัธยาศัย ไปถึงต้องแลกเงินหยวนเพิ่มเพราะได้ order บัวหิมะ (อีกแล้ว) แบบกระทันหัน เงินไม่พอแน่นอน เดิน shopping ที่ King Power เสียเงินตั้งแต่ยังไม่เดินทางอีกเช่นเคย คราวนี้ฝากของไว้ ขากลับค่อยมารับ สะดวกขึ้นมาก เดินไปเดินมา ไปติดใจแว่นกันแดดอันนึงสวยมาก แต่ด้วยความที่ยังไม่ตัดสินใจแน่ เลยเดินดูต่อร้านอื่น แต่ก็ไม่สวยสู้อันนั้น จะกลับไปซื้อก็ไม่ได้แล้ว หมดเวลา ต้องไปที่ Gate ตามเวลานัด ยังคาใจจนวันนี้
ออกเดินทางไปถึงคุนหมิง 昆明 เมืองหลวงของมณฑลยูนนาน อยู่ที่ระดับความสูง 1,890 เมตรเหนือระดับทะเล ลงสนามบินแดดดีมาก ฟ้าอย่างงาม เลยใจชื้น คิดว่าทริปนี้คงไม่เจอฝนเป็นอุปสรรค
ถึงคุนหมิง 13.15 น ใช้เวลาแป๊บเดียวเอง ออกจากสนามบินคุนหมิง วูจาป้า 14.00 น. เวลาที่เมืองจีนเร็วกว่าบ้านเรา 1 ชั่วโมง ฟ้างามมากวันนี้ได้ไกด์สาวชื่อกวางเหว่ยหมิงหรืออาหมิง มาเป็นไกด์ให้ชั่วคราวก่อนจะไปเจอ ไกด์ท้องถิ่นของจริงค่ะ ออกจากสนามบินไปวัดหยวนทง (Yuantong) ซึ่งมีเจ้าแม่กวนอิมหลายปาง และมีพระพุทธชินราชจำลองของไทยประดิษฐานอยู่ด้วย

จากนั้นก็ได้เวลาเสียเงินโดยแวะร้านขายชาเป็นที่ถัดไป ชาที่เค๊ามาให้ชิมมีมากมายและราคาก็ไม่เบา มีทั้งลดทั้งแถม คนแนะนำชาครั้งนี้เป็นคนไทยชื่ออมรา และจะมีคนชงชาเรียกว่าอัสซือหม่า (ได้ยินเค๊าเรียกประมาณเนี้ย) ชาที่ขึ้นชื่อของมณฑลยูนนานคือชาผู่เออร์ (Pu-erh) ถ้าซื้อเป็นแผ่นราคาแพงมาก ไม่มีวันหมดอายุ นอกจากนั้นก็ได้เสียเงินกันถ้วนหน้า ต้องแบกของตั้งแต่วันแรกเลย คืนนั้นเข้าพักโรงแรม The King World หรือ Kunming Jinjang Hotel (www.jinjanghotels.com) สงสัยคงเป็นวันดี มีงานแต่งงานถึง 2 งาน เจ้าสาวสวยจริงๆ อิอิ

Day 1 : Arrive in Kunming, the capitol of Yunnan Province, known as the City of Eternal Spring. Visit Yuantong Temple where a Thai Buddhist Statue was sent to this temple In 1982 as a symbol of friendship, and the statue is three and a half meters high and four tons in weight. Visit Tea Factory in the afternoon.
วันจันทร์ที่ 7 พ.ค. 2007
แหง่ก วันนี้ morning call ตี 4 ครึ่ง เพราะต้อง check out ออกจากโรงแรม เพื่อไปขึ้่นเครื่องไปเมืองจงเตี้ยน (Zhongdian) หรือ Shangri-La 香格里拉县 หรือ 香格里拉縣 ซึ่งอยู่ห่างจากคุนหมิง 700 กว่า กม. ที่นี่มีแต่ Flight เช้าประมาณ 6 โมง 50 เลยจำต้องตื่นแต่เช้า อาหารเช้าเลยเป็นอาหารกล่อง โชคดีที่วันสุดท้ายของทริปต้องกลับมาพักที่นี่อีก เลยฝากใบชาที่ขนซื้อกันมาไว้ที่นี่หมด ขืนให้แบกไปไหนด้วยแย่แน่
สนามบินคุนหมิงโหดมาก ซัดอาหารกล่องหมดเหลือน้ำเปล่า 1 ขวด ก็ใส่กระเป๋ากล้องขึ้นเครื่องไป เพราะกระเป๋าใหญ่โหลดหมดแล้ว พอเข้าเครื่อง x-ray เอาละสิ ที่ตัวไม่ผ่าน มีเสียงดัง เค๊าก็ค้นตัว เจอวิตามินซีห่อใหญ่ที่พกประจำตัว วิคส์แบบตลับเอาไว้ทาหลังมือเวลาไปเข้าห้องน้ำเมืองจีน เค๊าก็ส่องซองวิตามินซีอยู่นั่นแหละ คงคิดว่าเป็นยาอะไรซักอย่าง พอบอกว่าเป็นวิตะมินก็ไม่เชื่อ ดูไปดูมาก็ส่งคืน แต่ไอ้เจ้าน้ำเปล่าเนี่ยสิ ดันเปิดขวดเรา ซึ่งยังไม่ได้เปิดเลย แล้วยกมาดม จากนั้นก็ปิดขวดคืน ไอ้เราจะดื่มต่อก็ดื่มไม่ลง พ้นออกมาก็ทิ้งขยะเลย คนอื่นๆ ในคณะโดนกันทั่ว น้ำขวดไหนเปิดแล้วก็ให้ดื่มต่อหน้าอีก บางคนโดนดื่ม 3 รอบ ที่แสบกว่านั้นคือพี่คนนึงพกลิสเตอร์ลีนไว้ใน handbag พี่แกให้เปิดดื่ม คราวนี้จะบ้วนก็บ้วนไม่ได้ คงต้องจำใจกลืนลงไป หลังจากโดนกันถ้วนหน้าแล้ว ก็เดินปร๋อไปขึ้นเครื่องกัน
ถึงเมืองจงเตี้ยน ประมาณ 7.50 น. ใช้เวลาในการบิน 1 ชั่วโมงพอดี เนื่องจากวิวช่วงจะเข้าเมืองสวยมากๆ เลยต้องควักกล้อง compact ซึ่งเพิ่งเห็นประโยชน์ในทริปนี้แหละ พอดีกระเป๋ากล้องใหญ่ที่ต้องแบกตลอดทางใส่ไว้ในช่องเคบินเหนือที่นั่งไปแล้ว เลยได้ไอ้เจ้า compact ติดเอวตัวนี้มา snap รูปได้สบาย ด้วย ISO 1600 มีระบบกันสั่น เลยได้ภาพพอสมควร แต่โชคร้ายคือที่นั่งแม้จะริมหน้าต่างแต่ก็เป็นช่วงปีกพอดี หลบได้มั่งไม่ได้มั่ง
พอออกจากสนามบิน ก็ขึ้นรถบัสคันใหม่และได้พบกับไกด์ท้องถิ่นคนใหม่ชื่ออาจาง หรือ จางจิ้วเหยียง -เจนจิรา แต่ทริปนี้พี่คนนึงเรียกว่าจันทร์ฟ้า
และไกด์ทิเบตรูปหล่อใจดีอีก 1 คน คณะที่ไปด้วยกันรวมทั้งหมด 19 คน เป็นกลุ่มของเราซะ 4 คน
จุดหมายแรกที่ไปคือโรงแรมที่จะพักในเมืองจงเตี้ยนคือ Holy Palace Hotel (www.ynlfx.com) ได้ไปหม่ำอาหารเช้าที่นั่นต่อด้วย อาหารเช้าโรงแรมแห่งนี้จะชอบสุดเพราะได้ซัดบะหมี่ผัดอร่อยมากๆ ไป 2 จาน ข้าวผ้ดกะไข่ดาวอีก 2 จาน
ไม่ต้องทานข้าวต้มหรือหมั่นโถวแบบที่อื่นๆ อ้อ! สำหรับคอกาแฟ ต้องเตรียมไปเองนะคะ คนจีนเค๊าไม่ทานกาแฟกัน มีแต่ชา เนื่องจากจงเตี้ยนอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 3,300 เมตร ก่อนออกเดินทางเที่ยวก็แวะร้านขายยาก่อนเลย ยาสำหรับคนขึ้นที่สูงถ้าเป็นยาจีนคือยาหงจิ่งเทียน มีแบบน้ำเป็นขวดเล็กๆ 10 ขวด/กล่อง ทานได้ 2 คน ซึ่งจริงๆ แล้วน่าจะเป็นยาประเภทเพิ่มพลัง เพราะที่สูงอากาศเบาบาง เหนื่อยง่าย จึงต้องเพิ่มพลัง และมีแบบเป็นเม็ดทานคนเดียว นอกจากนั้นแน่นอน Oxygen กระป๋อง สำหรับคนที่คิดว่าจะไม่ไหว
สำหรับกลุ่มของเรา เนื่องจากอ่านตำราไว้เยอะ เลยซื้อยา diamox ตามที่หนังสือ Travel Guide แนะนำไป ทานครึ่งเม็ดกะพาราฯ 1 เม็ด แต่ถ้าคนแพ้ยา sulfa ทานไม่ได้นะ พี่ๆ ที่ไปด้วยกันก็เลยทานกันคนละชุดยกเว้นพี่ที่แพ้ sulfa เลยต้องซื้อยาเผื่อไว้ คราวนี้ลองดูสภาพตัวเอง ณ เวลานั้นยังไม่รู้สึกปวดหัวอะไร เลยไม่อยากทานยาใดๆ เพราะรู้สึกว่าไม่ได้เป็นอะไร ก็ยังไม่น่าจะทาน ก็เลยซื้อแต่ chocolate ตุนไว้ เอาไว้เพิ่มพลังเวลาเหนื่อยๆ แทน chocolate กะ coke เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลยเวลาไปเที่ยวต่างประเทศ อ๊ะ อ๊ะ
เดี๋ยวต้องมีคนเถียงแน่เลย แค่ทริปในประเทศก็ซัดแต่ coke หรือ pepsi ตลอด เอาน่า เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เวลาไปเที่ยวละกัน
