http://ratpage.multiply.com

วันอังคารที่ 8 พ.ค. 2007

คืนแรกที่พักที่จงเตี้ยน ก็รู้สึกปกติดี  หลับสบายตลอด 2 คนกับพี่นุช (วิศวกรหญิงที่ทำงาน  พี่เค๊าพูดจีนกลางเก่ง  เลยได้คนช่วยต่อราคาของให้)    เพราะส่วนใหญ่กลางคืนจะนั่งเมาท์แตกหรือไม่ก็มาดูรูปที่ถ่ายกันมาในแต่ละวัน    Morning Call ทีไรไม่อยากลุกเลย  วันนี้ต้องจัดกระเป๋าใหม่แยกใบเล็กออกมาเพราะจะเดินทางไปเต๋อชิง (Deqin) และพักที่นั่น 1 คืน  จากนั้นต้องกลับมานอนที่โรงแรม Holy Palace ที่จงเตี้ยนเหมือนเดิม  เลยฝากกระเป๋าใหญ่ไว้ได้  

 

ออกจากโรงแรม Holy Palace  Hotel กัน 8 โมงเช้า เห็นพี่ๆ หลายคนในทริปเริ่มป่วย  บางคนปวดหัวมาก  บางคนเป็นไข้หวัด  บางคนคลื่นไส้  อาการโรคแพ้ความกดอากาศเมื่อขึ้นไปอยู่บนที่สูง Attitude Sickness หรือ Acute Mountain Sickness (AMS) คงเริ่มแล้ว   เห็นอาการหลายคนแล้วชักหวั่นๆ  ก่อนออกจากโรงแรมวิ่งไปซื้อ chocolate ตุนไว้อีก 2 แผง กะว่าน่าจะรอดน่ะ  

 

ระหว่างนั่งรถอาจางไกด์สาวที่น่ารักก็ถามว่า  เมื่อคืนที่ไปชมการแสดงของชาวทิเบต  ตอนเข้าไปข้างในเค๊าจะแจกผ้าพันคอขาวมันๆ คล้ายผ้าไหมคนละผืน ใครเอากลับมาบ้าง   ทั้งรถเงียบกริบ  เพราะตอนจะออกคืนเค๊าไปหมดเลย   ไม่รู้นี่นาว่าให้เอากลับมาได้   อาจางบอกว่าผ้าพันคอขาวที่ชาวทิเบตมอบให้ (ผ้า kata) เป็นธรรมเนียมที่ชาวทิเบตแสดงถึงไมตรีจิต เป็นการต้อนรับแขกผู้มาเยือน  ถ้านำกลับบ้านก็ให้ไปผูกไว้ที่ต้นไม้สูงๆ จะเป็นสิริมงคล เอาเถอะ ไหนๆ ก็ไม่ได้เอากลับมาแล้วก็นั่งชมวิวดีกว่า

 

 

ระยะทางจากจงเตี้ยนไปเต๋อชิงประมาณ 200 กม.  ทางสวยไปตลอด  นั่งกด shutter จนสงสัยพี่ข้างหน้าจะรำคาญ  เล่นกดไม่หยุดเลย 

 

คราวนี้แหละเพิ่งมาเห็นว่าเจ้าแว่นกันแดดที่ติดตัวมาด้วยเกิดอาการที่เรียกว่าเกือบจะหัก เพราะใส่ไว้ในช่องเป้ คงทับไปทับมา  สงสัยเจ้าแว่นอันนี้น้อยใจ เห็นไปเล็งแว่นใหม่ตั้งแต่เริ่มเดินทางแล้ว  เลยงอน พอใส่ไอ้เจ้าแว่นกันแดดทีไร มันก็จะไปเกี่ยวผมตลอด เอาออกมาก็เจ็บ หรือไม่ก็ผมขาดติดออกมา เซ็งจริงๆ

 

 

และแล้วก็มาถึงเต๋อชิง  (德欽) ราวๆ เกือบ 11 โมง เนื่องจากบริเวณนี้มีหมู่บ้านแห่งเดียว  เลยต้องจอดรถทานอาหารกลางวันกัน  เพราะจากนั้นต้องนั่งรถไปอีกนาน จะไม่มีอะไรให้หม่ำแล้ว

 

เต๋อชิงเป็นเมืองที่สูงที่สุดในมณฑลยูนนาน อยู่ที่ระดับความสูงประมาณ 3,550 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีชนพื้นเมืองอาศัยอยู่มากแต่ที่มากที่สุดคือชาวทิเบต 

 

เมื่อมาถึงเช้าไปหน่อยก็เลยเดินเล่นดูของขาย  ผลไม้ที่นี่อร่อยมาก และที่ขาดไม่ได้คือหินทิเบต  ได้แต่ดู ไม่ได้ซื้อ (ไม่ใช่อะไรหรอก อาจางบอกไว้แล้วว่าจะพาไปซื้อที่จงเตี้ยน )  ร้านอาหารที่นี่แมลงวันเยอะมาก  แถมห้องน้ำก็ไม่มี  แน่นอนห้องน้ำคอก 4 คนเหมือนเดิม  2 คน 1 หยวน

 

 

อิ่มหนำสำราญกันแล้วก็นั่งรถไปอีก 15 นาที ก็ถึงจุดชมวิวซึ่งอาจางเรียกว่าโค้งแรกของแม่น้ำทรายทอง (หรือแม่น้ำแยงซีเกียง) แวะจอดรถถ่ายรูปกันพักนึง อากาศร้อนแดดแรงมากๆ เลย 

 

มณฑลยูนนานเป็นที่เกิดของแม่น้ำ 3 สายคือแยงซีเกียง (จินชาเจียง)  แม่น้ำโขง (หลันชางเจียง) และสาละวิน (นู่เจียง)  ดินแดนแห่งแม่น้ำสามสายนี้ UNESCO ได้ให้การรับรองให้เป็นมรดกโลกทางธรรมชาติและวัฒนธรรมไปแล้ว  เป็นอันดับที่ 29 ของจีน (เฮ้อ! มีเยอะดีจริงๆ)

 

 

 

 

 

 

จากนั้นเดินทางต่อไปวัดตงจูหลิน (Dhondup Ling)   วัดทิเบตอีกแห่งหนึ่ง  แต่ความสวยงามยิ่งใหญ่อลังการ คงจะเทียบกับวัดซงซ่านหลินหรือโปตาลาน้อยไม่ได้  ระหว่างทางเดินกลับไปที่รถ ได้เจอกับกลุ่มที่เคยไปภูหลวงด้วยกันเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว  ตอนนั้นไปกับพี่นุ้ย  ตื่นเต้นกรี๋ดกร๊าดกันมาก เพราะอยู่เมืองไทยไม่เคยเจอะเจอกันเลย  แต่มาเจอกันในดินแดนที่ไกลโพ้น  จำแม่นว่าน้องผู้ชายคนนั้นเพิ่งถอย Nikon D40 ตอนไปภูหลวง  วันนี้ก็ยังห้อยตัวนั้นอยู่   จากนั้นคณะเรากับคณะเค๊าได้สวนกันไปมาอีก 1 ครั้งตลอดทริปนี้

 

 

 

ระหว่างทางทิวทัศน์ก็ยังงดงามไม่เลิก  นั่งกด shutter ต่อไปอีกตลอดทาง รถบัสไต่ภูเขาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงระดับ 4,000 กว่าเมตรได้มั๊ง มองเห็นทิวเขาหิมะขนานกันไปตลอดและที่สำคัญคือนั่งรถบัสฝั่งไหนก็ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เพราะจะเห็นวิวที่สวยงามนี้ทั้ง 2 ฝั่ง เพราะเราไต่ภูเขาสูงขึ้นไปเรื่อยๆ  แถมเห็นกุหลาบพันปีทั้งขาว  ชมพู เป็นระยะๆ อันนี้ถ่ายมาไม่ได้อะ   สิ่งที่เห็นตรงหน้ายากที่จะถ่ายทอดมาเป็นคำพูดหรือภาพได้    

 

ความงามของแชงกรี-ล่าคงอยู่ตรงนี้แหละ เส้นทางที่สูงชันเกือบถึงเมฆ  ถนนแคบๆ ที่มองลงไปก็เป็นเหว   ระหว่างทางไม่กล้าหลับเลย ไม่ใช่เพราะกลัว  แต่เพลินกับการถ่ายภาพ  วิวข้างทางมากๆ  (ถึงหมดไป 30 กิ๊กไง )

 

 

จุดที่จะแวะเที่ยวถัดไปคือจุดชมวิวภูเขาหิมะป๋ายหมัง (Baimang Snow Mountain)  ภูเขาหิมะป๋ายหมังรู้สึกว่าจะมีความสูงเป็นอันดับสองของมณฑลยูนนานรองจากภูเขาหิมะเหม่ยหลี (Meili Snow Mountain)  มีความสูงประมาณ 5,430 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล 

 


จากนั้นรถก็ไต่ระดับลงสู่เมืองเต๋อชิง  ทางเข้าเมืองเต๋อชิงจะเป็นเจดีย์ 13 ยอด แสดงถึงภูเขาหิมะเหม่ยหลีที่มี 13 ยอด (แต่ของจริงมีมากกว่า) ฉากหลังจะเป็นภูเขาหิมะเหม่ยหลี  และที่ขาดไม่ได้คือ Prayer Flags ภาษาไทยบางที่เค๊าเรียกว่าธงมนตร์  บางแห่งเรียกธงคาถา   ธงนี้เราจะเจอทุกครั้งที่ไปเมืองที่มีชาวทิเบตอยู่ (ดูรายละเอียดได้ใน http://ratpage.multiply.com/journal/item/25 ที่อธิบายรายละเอียดธงสีต่างๆ ไว้นะคะ

 

 

 

 

 

ประมาณ 4 โมงลงเขาเข้าเมืองเต๋อชิง พักโรงแรม Deqin Da Sheng Hotel เนื่องจากโรงแรมนี้มี 4 ชั้นเลยไม่มีลิฟท์ให้ใช้  แถมโดนจัดให้พักชั้น 3 เพราะรู้สึกที่กลุ่มจะแข็งแรงและอาวุโสน้อยสุด  ขึ้นลงบันไดไม่รู้กี่รอบ เหนื่อยพอดูเพราะเต๋อชิงยิ่งสูงกว่าจงเตี้ยน อากาศยิ่งบางเข้าไปใหญ่  เก็บกระเป๋าก็รีบให้อาจางพาไปไปรษณีย์ซื้อแสตมป์ และซื้อ  post card  เพื่อส่งให้นายกาแฟดำในฐานะที่มาไม่ถึงเต๋อชิง (  ป่าวหรอกค่ะ เนื่องจากนายกาแฟดำชอบส่ง post card เลยอยากส่งภาพภูเขาหิมะเหม่ยหลีให้ไว้ดูเป็นที่ระลึก)   ที่สำคัญคือ เจอร้านหนังสือ   หามานานแล้ว ได้ postcard ที่ไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ แต่หันไปดูอีกทีอันที่เป็นชุดใส่กล่องราคา 20 กว่าหยวนสวยมาก  เลยคว้ามาอีก  ได้หนังสือภาพและเนื้อหาเกี่ยวกับ Shangri-La อีก 3 เล่ม เล่มแรกนี้ซื้อเอง 

 

เล่มสองนี้เป็น a must คืออ่านเจอก่อนเดินทางมาว่า  หากอยากได้ภาพเมืองนี้สวยๆ ต้องเล่มนี้เลย  Shangri-La, West China  Photographs of Luo Jinhui  เป็นหนังสือปกแข็งสวยงามเล่มไม่ใหญ่นัก (แต่ราคาใหญ่จัง 128 หยวนแน่ะ  เอา 5 คูณนะ) แต่ช่างภาพท่านนี้ชนะเลิศการประกวดภาพถ่ายของ UN  หลายรางวัล  ปัจจุบัน (ปี 2006 ตามปีที่พิมพ์หนังสือ) ท่านเป็นผู้อำนวยการหอศิลป์ของเต๋อชิง  ประธานสำนักวัฒนธรรมแห่งเต๋อชิง  เป็นสมาชิกสมาคมถ่ายภาพของจีน และเป็นผู้ก่อตั้งสมาคมถ่ายภาพเหม่ยหลี 

 

ส่วนเล่มที่ 3  อาจางแนะนำให้ซื้อเพราะสองเล่มที่ซื้อเป็นหนังสือภาพไม่ค่อยมีเนื้อหา  เล่มที่ 3 เลยต้องหาเล่มที่มีเนื้อหาเยอะๆ รูปสวยๆ อีก   อาจางก็เป็นนักอ่านตัวยงนะ  เห็นซื้อหนังสือหลายเล่มเลย

 

จากนั้นทานอาหารเย็นแล้วก็หาร้าน Internet อีก  อาจางพาไปร้านตรงข้ามโรงแรม  เปิดม่านเข้าไป  (มีปิดม่านไว้ด้วย) เหม็นกลิ่นบุหรี่อย่างแรง  แถมมีแต่ผู้ชายนั่งเล่นเกมสูบบุหรี่ควันโขมง  เห็นท่าไม่ดี ไม่ใช้ก็ได้ฟะ

 

ไปทริปทุกครั้งที่แบกหนักที่สุดคือหนังสือ  จะต้องซื้อทุกเมืองที่ไป  บางครั้งได้กลับมานับสิบเล่ม  ทริปนี้ได้มาไม่เยอะมาก แต่ก็ครบทุกเมืองที่ไป

 

 

 


15 CommentsChronological   Reverse   Threaded
tshaqgy wrote on Jun 2, '07, edited on Jun 2, '07
โห้ย ขายกล้องไปเที่ยวมั่งดีมั้ยเนี่ย รึว่ายืมหนังสือคุณมาอ่านดี....
ratpage wrote on Jun 2, '07
tshaqgy said
โห้ย ขายกล้องไปเที่ยวมั่งดีมั้ยเนี่ย รึว่ายืมหนังสือคุณมาอ่านดี....
555 ถ้าไปไม่มีกล้อง ก็ไม่รู้จะเก็บภาพมายังไง อยู่บ้านดีกว่า จะอ่านหนังสือก็เกิดกิเลส อ่านแล้วก็อยากไป จะเลือกแบบไหนล่ะคะ
tshaqgy wrote on Jun 2, '07
ratpage said
555 ถ้าไปไม่มีกล้อง ก็ไม่รู้จะเก็บภาพมายังไง อยู่บ้านดีกว่า จะอ่านหนังสือก็เกิดกิเลส อ่านแล้วก็อยากไป จะเลือกแบบไหนล่ะคะ
เอา กล้องกิ้กก็อกไปแทน เอิ้กๆ เลือกยากน้าเนี่ย....(^ v ^)
ratpage wrote on Jun 2, '07
tshaqgy said
เอา กล้องกิ้กก็อกไปแทน เอิ้กๆ เลือกยากน้าเนี่ย....(^ v ^)
ไม่ต้องรีบคิด มีเวลาเยอะ ได้แชมป์ CPL ไปแล้วนี่
tuangtuang wrote on Jun 3, '07
พะ พะ พี่ รัตน์ แบกกล้องแบกเลนส์ยังไม่พอ.. ต้องหอบหนังสือกลับมาด้วย! หญิงเหล็กจริงๆ อ่ะค่ะ ^_^ สมเป็นสาวอักษร อิอิ

ปล.รูปสวยจังเรยยยย
ratpage wrote on Jun 3, '07
พะ พะ พี่ รัตน์ แบกกล้องแบกเลนส์ยังไม่พอ.. ต้องหอบหนังสือกลับมาด้วย! หญิงเหล็กจริงๆ อ่ะค่ะ ^_^ สมเป็นสาวอักษร อิอิ

ปล.รูปสวยจังเรยยยย
กรรมกรเก่า แบกหินแบกปูนซะเคยแล้ว

ขอบคุณนะจ๊ะที่แวะมาชม (อย่าบอกใครดิว่าจบอักษร เพราะมาดไม่ให้เลยอะ)
kakangallery wrote on Jun 4, '07
มิ๊น่า เขียนเก่ง เล่าสนุก แถมยังถ่ายรูปได้สวยอีกนะ คนเรา....แต่ไม่ว่าคุณ rat จะไปเดินทางไปไหน โปรดรู้ไว้ว่า You'll never walk alone อิอิ
ratpage wrote on Jun 4, '07
มิ๊น่า เขียนเก่ง เล่าสนุก แถมยังถ่ายรูปได้สวยอีกนะ คนเรา....แต่ไม่ว่าคุณ rat จะไปเดินทางไปไหน โปรดรู้ไว้ว่า You'll never walk alone อิอิ
ขอบคุณค่ะ พวกเรา The Kop เหมือนกัลล์ ก็ต้อง You'll Never Walk Alone เช่นกันค่ะ
tshaqgy wrote on Jun 5, '07
ratpage said
ไม่ต้องรีบคิด มีเวลาเยอะ ได้แชมป์ CPL ไปแล้วนี่
(ขอสักหน่อย)แหม ก็แค่ได้ถ้วยมาดื่มกาแฟในสโมสรเพิ่มขึ้นอีกใบเท่านั้นแหละครับ อิอิ
ratpage wrote on Jun 5, '07, edited on Jun 5, '07
tshaqgy said
(ขอสักหน่อย)แหม ก็แค่ได้ถ้วยมาดื่มกาแฟในสโมสรเพิ่มขึ้นอีกใบเท่านั้นแหละครับ อิอิ
โอ๊ย! หมั่นไส้....................... พวกปีศาจ (ดำแดง)
tshaqgy wrote on Jun 6, '07
ratpage said
โอ๊ย! หมั่นไส้....................... พวกปีศาจ (ดำแดง)
(ไม่อยากบอกเลย ) จิงๆแล้วเราค่อนข้างจะไปทาง สิงโตสีน้ำเงิน ดันโดน นกจิกตายไปซะก่อน (T__T)
justlike wrote on Jun 15, '07
โอ๊ย... อ่านแล้วยิ่งอิจฉาที่สุดเลยง่ะ... เราอดปายยย...
รูปสวยมาก น้องรัตน์ ยังสงสัยอยู่ว่า ถ้าได้ไป จะได้รูปสวยแบบนี้มั๊ยน๊า
ratpage wrote on Jun 15, '07
โอ๊ย... อ่านแล้วยิ่งอิจฉาที่สุดเลยง่ะ... เราอดปายยย...
รูปสวยมาก น้องรัตน์ ยังสงสัยอยู่ว่า ถ้าได้ไป จะได้รูปสวยแบบนี้มั๊ยน๊า
ขอบคุณค่ะพี่นุ้ย ถ้าได้ไป พี่นุ้ยถ่ายได้สวยกว่าอยู่แล้วค่ะ ไว้ไปใหม่สิคะ
pongphoto wrote on Jul 20, '07
ว้าว..น่าไปมากกก
จะแวะมาอ่านอีกนะครับ
ratpage wrote on Jul 23, '07
ว้าว..น่าไปมากกก
จะแวะมาอ่านอีกนะครับ
ไว้เดี๋ยวรีบเขียนต่อให้จบ ก่อนจะเป็นทริปข้ามปีเหมือนจิ่วไจ่โกว
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help