http://ratpage.multiply.com

Blog Entryเก็บตก LadakhJul 20, '08 12:43 PM
for everyone
Airport
การเดินทางระหว่างสนามบิน  International และ Domestic  มีรถบริการฟรี  ติดต่อได้ที่เคาน์เตอร์ transfer ได้เลย

การเดินทางโดยเครื่องบินภายในอินเดีย  เมื่อผ่านขั้นตอน Security Check จนหมดแล้ว (ไม่รู้กี่จุด นับไม่ถ้วน)  จะต้องไป Baggage Identify  คือออกไปตรวจกระเป๋าเราที่ Checkin เข้าเครื่องก่อน เจ้าหน้าที่จะทำเครื่องหมายไว้บน  Boarding Pass เราอีกที  และจะยกกระเป๋าเราขึ้นเครื่อง  แต่ถ้าไม่ทำไม่รู้ว่าจะได้ขึ้นเครื่องรึป่าวนะคะ  ไม่กล้าลอง

สำหรับ Handbag  จะต้องมี tag ติดกระเป๋าทุกใบ  และเจ้าหน้าที่จะ stamp  บน  tag เมื่อผ่านการตรวจแล้ว


การท่องเที่ยวใน Ladakh
ปกติสามารถติดต่อหารถแท๊กซี่ได้ไม่ยาก  หรือจะให้ที่พักติดต่อให้ก็สะดวก  เพราะเค้าจะมีราคาเป็นเล่มบอกไว้เลยว่า จะไปที่ไหนบ้าง 2-3 ที่  ราคาจะแตกต่างกันไป   สามารถดูอัตราได้ก่อน

หากเป็นที่ Nubra Valley และ Pangong Lake  จะต้องทำ Inner Line Permit   หากไม่ต้องการเสียเวลา  ก็สามารถติดต่อล่วงหน้าให้บริษัททัวร์ดำเนินการก่อนได้เลย  หรือจะมาใช้บริการของบริษัททัวร์ที่นี่ก็ได้ มีให้เลือกมากมาย

ลองมาดูระยะทางตามเมืองต่างๆ

เส้นทาง Nubra Valley
Leh - Khardung La   40 km. 
Khardung La - Khalsar  52 km.
Khaksar - Diskit     25  km.
Diskit - Hunder       07  km.
Khalsar - Panamik  52 km.

Khardung La ได้ชื่อว่าเป็นถนนที่สูงที่สุดของโลก  สูงประมาณ 18,380 ft/5,600 m. เหนือระดับน้ำทะเล  บนนี้จะมีร้านขายของที่ระทึก  ประเภทเสื้อยืด  หมวก  mug  ที่เขียนว่า Khardung La the highest motorable road in the world อะไรประมาณเนี้ย ไว้ขายนักท่องเที่ยวด้วย    ถนนบริเวณนี้ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่  นอกจากนี้เส้นทางนี้จะค่อนข้างคดเคี้ยว  อาจเกิดอาการเมารถได้นะ

ถนนเลาะไปตามภูเขา


ระหว่างทางจาก Diskit ไป Hunder จะผ่าน Sand Dune ทะเลทรายเล็กๆ  โดยมีบริการเช่าอูฐให้ขี่หรือแอ๊คสำหรับถ่ายรูป 

หากเดินทางมาแค่ Khardung La สามารถไปกลับได้ภายในวันเดียว  แต่หากต้องการมาถึง Diskit หรือ Hunder จะต้องค้าง 1 วัน   ใช้เวลาเดินทางหากแวะจอดถ่ายรูปทุกระยะ   ก็จะมาถึงบ่ายแก่ๆ หรือเย็นเลยแหละ


เส้นทาง Pangong Lake
Leh - Sheh              15 km.
Sheh - Thiksey         04 km.
Thiksey - Chemrey   31 km.
Chemrey - Takthok   08 km.
Takthok - Chang La  30 km.
Chang La - Tangtse   22 km.
Chang La - Pangong Lake  30 km.

Chang La ได้ชื่อว่าเป็นถนนที่สูงเป็นอันดับ 3 ของโลก 17,000 ฟุต/5,425 เมตร เหนือระดับน้ำทะเล  บนนี้ หาร้านขายของที่ระลึกไม่เจอ    หรือหาไม่ดีไม่รู้

การเดินทางจาก Leh ไป Pangong Lake ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง (ไม่ได้แวะจอดถ่ายรูปเป็นระยะๆ นะ)  ก่อนถึงทะเลสาบจะต้องผ่านบริเวณที่เป็นแอ่งสำหรับปล่อยน้ำลงมาจากบนเขา  ช่วงที่ไป (กรกฎาคม 2008) เค้าบอกว่าจะมีการปล่อยน้ำลงมาประมาณบ่ายโมง  หากเป็น one day trip ก็จะต้องออกจาก Pangong ประมาณเที่ยง  เพราะถ้าปล่อยน้ำลงมาแล้ว  รถจะไม่สามารถผ่านไปได้   ดังนั้น หากต้องการเวลาอยู่ที่ Pangong นานๆ ก็ต้องออกจาก Leh ประมาณตีห้า 

เส้นทางนี้ ไม่มีร้านอาหารระหว่างทาง  จะมีร้านอาหารเล็กๆ ขายข้าวกะมาม่าอยู่ที่ Pangong Lake   ควรติดอาหารเช้าไปด้วย   มิฉะนั้นกว่าจะได้ทานก็ถึง Pangong เลย  (หิวนะขอบอก) 

เส้นทางนี้จะผ่านนาขั้นบันได  ลำธารเล็กๆ  ดอกไม้อีกเล็กน้อย   (เล็กน้อยจริงๆ)


เส้นทางรอบๆ Leh

หากจะไปเที่ยวบริเวณใกล้ Leh ก็จะมีสถานที่น่าไปมากมาย  สามารถเช่าแท๊กซี่ไปได้ ค่าแท๊กซี่จะเป็น fixed rate ขึ้นอยู่กับสถานที่ที่จะแวะ  และระยะทาง

Leh - Spituk  08 km.
Leh - Hemis  45 km.
Leh - Stok    17 km.
Leh - Alchi    67 km.
Leh - Rizong 73 km.
Leh - Lamayuru  125 km.


การท่องเที่ยวใน Leh

Leh ถือว่าเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของ Ladakh อยู่ที่ระดับความสูง 11,000 ฟุต/3,350 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล  หากเดินทางมา Leh โดยทางเครื่องบิน ใช้เวลาในการบินประมาณ 1 ชั่วโมง

สนามบิน
สนามบินใน Leh มีระบบการรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดมากถึงมากที่สุด 

สนามบิน Leh

ขาเข้าเมื่อลงจากเครื่องบิน  ก็จะต้องกรอกแบบฟอร์ม Registration แจ้งรายละเอียดว่าเดินทางมาด้วยวิธีใด  กลับเมื่อไหร่  เป็นต้น  จากนั้นก็ต้องไปยื่นที่เคาน์เตอร์ก่อนจะออกไป   ภายในบริเวณสนามบินและรอบนอก จะห้ามถ่ายภาพ  จะมีทหารคอยมาเตือนเป็นระยะๆ 

ขอออก จะต้องเผื่อเวลาในการตรวจและตรวจและตรวจพอสมควร  เมื่อเข้าไปในบริเวณสนามบิน ก็จะมีทหารคอยต้อนรับตั้งแต่หน้าประตูรถเข้า  และจะมาเปิดดูหน้าตาผู้โดยสาร  กระเป๋าสัมภาระ จนพอใจก็จะปล่อยให้เข้าไป  ลงจากรถก็เจอ Security Check หน้าประตูเข้าสนามบิน  โดยผู้โดยสารจะต้องนำสัมภาระทั้งหมดผ่านเครื่องสแกน เจ้าหน้าที่จะปิดเทปผ่านให้  ส่วนตัวผู้โดยสารก็ต้องเข้าไปยังที่ตรวจหาอาวุธ แยกชายหญิง  ให้เจ้าหน้าที่ค้น ค้น และค้น จากนั้นก็ออกมารับกระเป๋า  แล้วไป Check In ที่เคาน์เตอร์สายการบิน  หลังจาก Load กระเป๋ารับ Boarding Pass ก็ต้องผ่านจุด Security Check อีก 2 จุด  (จะเช็คกันไปถึงไหนฟะ)    Tag ที่ติดกระเป๋า Handbag ต้องตรวจดูให้ดีๆ ว่ามีการ Stamp และติดมาครบทุกใบ  ไม่งั้นต้องกลับไปตรวจใหม่อีกนะ

ที่พัก
ที่พักใน Leh มีให้เลือกมากมาย  และเห็นที่กำลังสร้างใหม่อีกเพียบ  เนื่องจากไปพักที่ Fort Road เลยไม่รู้จักที่อื่น 55   Guest House ตามถนน Fort Road มีนับสิบแห่ง  บางแห่งติดถนน บางแห่งต้องเดินเข้าซอยให้เหนื่อยเล่น  ราคาถ้าเป็นช่วง High Season ก็จะแพงเป็นปกติ  บางครั้ง Walk in ก็อาจจะไม่ได้พัก  เพราะเห็นนักท่องเที่ยวแบกเป้เดินหาห้องพักกันเยอะแยะไปหมด  ราคาห้องพักก็จะแตกต่างกันไปตามสภาพของห้อง  ราคาห้องที่ให้ส่วนใหญ่จะไม่รวมอาหารเช้าซึ่งจะราคาประมาณ  100 รูปี   Guest House บางแห่งมีบริการซักรีดให้  ราคาก็ตกตัวละ 30 รูปี  ที่รู้เพราะจำเป็นต้องใช้บริการ  ที่ Leh และสถานที่เที่ยวต่างๆ ฝุ่นจะเยอะมากกก   กางเกงอาจจะใส่ได้ไม่นานเท่าที่คิดไว้     แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเค้่าใช้น้ำอะไรซัก (ไม่อยากจะคิด) เลือกเอาเองละกันว่าจะใส่กางเกงมอมแมม หรือกางเกงที่ดูสะอาด 55    

Sia - La Guest House


น้ำที่นี่ควรใช้อย่างประหยัด  น้ำร้อนจะมีให้อาบก่อน 6 โมงเย็น   หากกลับมาค่ำหรือดึก  ก็จะอาบไม่ไหว น้ำเย็นมาก  ทาง Guest House ก็จะต้มน้ำใส่ถังมาให้อาบ  อันนี้น่าจะขึ้นอยู่กับความใจดีของเจ้าของ Guest House ด้วยรึป่าวไม่รู้   

ครัวและห้องอาหารของคนที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นห้องเดียวกัน   ตอนมาพักที่ Guest House นี้  ห้องนี้จะเป็นห้องพักเหนื่อยเวลาเดินทางกลับมาถึง  เป็นที่นั่งคุยกับเจ้าของบ้าน  ทานน้ำ  ทานกาแฟ  แล้วแต่เราจะขอให้เค้าจัดให้  ได้ดูเค้านวดแป้ง  ล้างผัก  สำหรับทำอาหารมื้อต่างๆ  บางครั้งเหนื่อยมากๆ กลับมาขอล้มนอนตรงนี้ซักหน่อยแป๊บเดียวก็หาย 

พูดถึงกาแฟ  ที่นี่เค้าจะอุ่นนมร้อนๆ มาให้  แล้วให้เราเติมกาแฟผง และน้ำตาลเอง  แปลกดีเหมือนกัน  หลักฐานดูบนโต๊ะได้ อิอิ

Salina กับน้องสาว
ห้องนี้เป็นห้องที่ชอบที่สุด เพราะให้ความรู้สึกเหมือนอยู่บ้าน



อาหาร
อาหารพื้นเมืองที่นี่น่าจะใส่เครื่องเทศน้อยหากเทียบกับอาหารแบบ Indian   ร้านอาหารที่ขายอาหารจีน หรือทิเบต มีมากมาย  เวลาสั่งควรระวังอย่าสั่งตามความหิว  เพราะอาหารที่นี่จะจานค่อนข้างใหญ่  ทานเท่าไหร่ก็ไม่หมดซักที   (จำได้ว่าไม่เคยทานอะไรได้หมดจานเลย)    ราคาก็ตกประมาณเกือบๆ 100 รูปีสำหรับพวกอาหารจีน  และถ้าซุปก็ประมาณ 50 รูปี   ร้านบน Fort Road ที่เห็นก็มี Dream Land, Chopstick และ  Monalisa ร้านหลังนี่ทานบ่อยเพราะอยู่หน้าบ้าน  

หากชอบอาหารฝรั่ง  หรือพวกขนม  โดนัท  ร้าน Dolphin มีให้เลือกเยอะ  ที่แนะนำคือน้ำ Apple อร่อยมากกกกก     ขวดเล็กราคา 25 รูปี  ขวดใหญ่ 50 รูปี  ใส่ขวดแก้วสีดำ หน้าตาเหมือนพวกเมรัย  เวลาหิ้วกลับที่พักจะรู้สึกอับอายมาก  เพราะเค้าไม่มีถุงใส่  ต้องหิ้วมาทั้งขวด ...

ร้าน Dolphin


สำหรับ Apricot  อันขึ้นชื่อของที่นี่   ลองไปดูแบบตากแห้ง  ก็รู้สึกมันแห้งจริงๆ  ไปชิมน้ำ Apricot ที่ร้าน Dhomsa ก็รู้สึกรสชาดเฝื่อนๆ ฝาดๆ พิกล  อันนี้นานาจิตตัง  แต่ที่อร่อยแน่นอนคือแยม Apricot   เค้ามีแต่ขวดใหญ่ขาย  มิสามารถแบกกลับมาได้    จริงๆ ก็ไม่ได้ใหญ่โตมากมายอะไร  แต่หนักพอควรเลย


Shopping

ส่วนใหญ่พ่อค้าใน Leh จะเป็นชาว Indian บางครั้งถึงจะเป็น  Ladakhi  ถ้าเดินผ่านร้านขายผ้า  ก็จะต้องถูกเรียกเข้าไปชมสินค้าในร้าน  และถ้าต้องเดินผ่านทุกวัน  ก็จะเรียกทุกวันนั่นแหละ   เค้าบอกว่าสินค้าที่นี่ให้ต่อราคาเยอะๆ  50 เปอร์เซนต์ไปเลย  ข้อควรระวังสำหรับสุภาพสตรี พ่อค้าพวกนี้ชอบหลอกแตะโน่นแตะนี่ (แถวบ้านเรียกแต๊ะอั๋ง)  ถ้าซื้อผ้าก็จะต้องเอาผ้ามาพันคอให้มั่ง  เอามาแนบที่แก้มมั่ง ต้องคอยหลบดีๆ    หลายๆ คนก็จะทำเป็นชอบนาฬิกา หลอกจับแขนดูนาฬิกาก็มี   เห็นเค้าว่าที่นี่ไม่ใช้ถุงพลาสติก  แต่พ่อค้าบางคนเอาสินค้าใส่ถุงพลาสติกให้เฉยเลย  


สิ่งที่ควรติดตัวไปนอกจากแว่นกันแดด  หมวก  ครีมกันแดดแล้ว  ผ้าเปียกหรือผ้าเย็นสำหรับเช็ดมือ ควรติดไปด้วยเป็นอย่างยิ่ง  เพราะอย่างที่บอก  ฝุ่นเยอะมาก  นอกจากจะใช้เช็ดมือก่อนจับอาหารแล้ว  ยังสามารถเช็ดขวดน้ำดื่มได้อีกด้วย
  

20 CommentsChronological   Reverse   Threaded
jukurae wrote on Jul 23
เล่นซะยิบเลย อิอิ ไปเขียนพ๊อกเก็ตบุ๊คขายดีกว่ามั้ง
มายืนยันความอร่อยของน้ำ Apple อร่อยที่ซู๊ด กินทุกวันเลย
ลืมบอกให้ไปลองกินสุกี้ทิเบต หม้อใหญ่ยักษ์ กินกันหกคน
เล่นซะพุงกางเกือบตาย แถมมีเติมอีกต่างหาก แต่ไป 2 คน
ไม่คุ้มแฮะ
ratpage wrote on Jul 23
jukurae said
เล่นซะยิบเลย อิอิ ไปเขียนพ๊อกเก็ตบุ๊คขายดีกว่ามั้ง
มายืนยันความอร่อยของน้ำ Apple อร่อยที่ซู๊ด กินทุกวันเลย
ลืมบอกให้ไปลองกินสุกี้ทิเบต หม้อใหญ่ยักษ์ กินกันหกคน
เล่นซะพุงกางเกือบตาย แถมมีเติมอีกต่างหาก แต่ไป 2 คน
ไม่คุ้มแฮะ
สุกี้ทิเบต ... แล้วมาบอกอะไรตอนนี้ล่ะคะ ตีตั๋วกลับไปกินดีมะ

น้ำ Apple ... ถ้าได้เย็นจัดๆ ตอนนี้นะ โห ไม่อยากจะพูด
tuangtuang wrote on Jul 23
โหพี่รัตน์ ละเอียดดีมากเลยค่ะ..รูป Sia-la Guesthouse สวยเนาะ ^^

แวะมาเพิ่มเติมข้อมูลสำหรับสาวๆ จะไปเลห์ อย่าลืมโลชั่น หรือ ครีม ชนิดแรงๆ เลยนะคะ และควรโบ๊ะทุกวัน เพราะอากาศที่โน่นแห้งมาก แล้วก็ควรมีกระติกน้ำ หรือ กระบอกน้ำค่ะพกติดตัวตลอดด้วยค่ะ
fotocafe wrote on Jul 23
มีโอกาสเป็นโรคแพ้ความสูงป่าวพี่
ampgallery wrote on Jul 23
ไว้ขอเอาข้อมูลมาจัดบ้างนะพี่ ^^
8meg wrote on Jul 24
ขี้เกียจอ่าน....ไว้จะไปแล้วจะบอก....พาไปหน่อยละกัน 5555 ^^!
ratpage wrote on Jul 24
โหพี่รัตน์ ละเอียดดีมากเลยค่ะ..รูป Sia-la Guesthouse สวยเนาะ ^^

แวะมาเพิ่มเติมข้อมูลสำหรับสาวๆ จะไปเลห์ อย่าลืมโลชั่น หรือ ครีม ชนิดแรงๆ เลยนะคะ และควรโบ๊ะทุกวัน เพราะอากาศที่โน่นแห้งมาก แล้วก็ควรมีกระติกน้ำ หรือ กระบอกน้ำค่ะพกติดตัวตลอดด้วยค่ะ
ใช่แล้ว โลชั่น โลชั่นบำรุงผิว ขนาดทาแล้ว ตอนนี้กลับมาต้องทาวันละหลายรอบๆ เอาน้ำมันที่ผิวชั้นคืนมา :(
ratpage wrote on Jul 24
มีโอกาสเป็นโรคแพ้ความสูงป่าวพี่
มีหรือไม่มีก็ได้อะค่ะปู อยู่โน่นไม่ปวดหัว กลับมาหัวจะระเบิด 55
ratpage wrote on Jul 24
ไว้ขอเอาข้อมูลมาจัดบ้างนะพี่ ^^
ตามสบายจ้ะ ถ้ามีประโยชน์เน้อ
ratpage wrote on Jul 24
8meg said
ขี้เกียจอ่าน....ไว้จะไปแล้วจะบอก....พาไปหน่อยละกัน 5555 ^^!
ขี้เกียจอ่านก็ไม่พาไป จะไปแล้วยังขี้เกียจ คนเรา

จะให้ไปอีกรอบคงมาว่ากันใหม่อีกหลายปีนะ อิอิ
bebarley wrote on Jul 24
พี่รัตน์เที่ยวอีกแล้ว อิอิ
ratpage wrote on Jul 25
พี่รัตน์เที่ยวอีกแล้ว อิอิ
นานๆ ทีอะป้อม
rtlshowroom wrote on Jul 26
ไว้จะไปแล้วเรียกพี่รัตน์ไปด้วยดีก่า ฮ่าๆๆๆ สบายแฮ ... ไม่ต้องจ้างไกด์
ratpage wrote on Jul 26
ไว้จะไปแล้วเรียกพี่รัตน์ไปด้วยดีก่า ฮ่าๆๆๆ สบายแฮ ... ไม่ต้องจ้างไกด์
แต่คิดราคาแพงกว่าไกด์นะขอบอก 55
justlike wrote on Jul 26
หมู่นี้ ต้องขยันเข้ามาอ่านบทความของน้องรัตน์ อึมม์ ไปเขียน pocket book อย่าง น้องjukurae บอก น่าจะดีนะ ละเอียดดีมากกกก กะว่า ถ้าจะไปเมื่อไหร่ จะต้องเข้ามาอ่านอีกหลายรอบนะเนี่ยะ
ratpage wrote on Jul 26, edited on Jul 26
หมู่นี้ ต้องขยันเข้ามาอ่านบทความของน้องรัตน์ อึมม์ ไปเขียน pocket book อย่าง น้องjukurae บอก น่าจะดีนะ ละเอียดดีมากกกก กะว่า ถ้าจะไปเมื่อไหร่ จะต้องเข้ามาอ่านอีกหลายรอบนะเนี่ยะ
แหะๆ เขียนไปตามเรื่องตามราวแหละค่ะ กันลืม หาสาระคงจะไม่ค่อยมีค่ะพี่นุ้ย 55 ว่าแต่พี่นุ้ยจะไปเมื่อไหร่คะ เห็นนายกาแฟดำทำท่าจะจัดทริปสำรวจนะ :D
yingthisunsign wrote on Jul 28
ละเอียดดีพี่

ปล. ฮั่นแน่ ถ้ารูปสนามบินยังเท่ห์สุดๆ ไปเลย ไว้ต้องขอลอกเลียนมุมแบบนี้บ้างนะคะ สวยอ่ะ
ratpage wrote on Jul 28
ละเอียดดีพี่

ปล. ฮั่นแน่ ถ้ารูปสนามบินยังเท่ห์สุดๆ ไปเลย ไว้ต้องขอลอกเลียนมุมแบบนี้บ้างนะคะ สวยอ่ะ
ขอบคุณค่ะน้องหญิง อยากดูรูปแล้วอะค่ะ
letseetheworld wrote on Aug 24
jukurae said
เล่นซะยิบเลย อิอิ ไปเขียนพ๊อกเก็ตบุ๊คขายดีกว่ามั้ง
มายืนยันความอร่อยของน้ำ Apple อร่อยที่ซู๊ด กินทุกวันเลย
ลืมบอกให้ไปลองกินสุกี้ทิเบต หม้อใหญ่ยักษ์ กินกันหกคน
เล่นซะพุงกางเกือบตาย แถมมีเติมอีกต่างหาก แต่ไป 2 คน
ไม่คุ้มแฮะ
ฟังดูน่ากินจังครับ สุกี้ทิเบต หม้อใหญ่ยักษ์
อยู่ตรงไหนหลอคับ แล้ว มี ชื่อร้าน ไหมคับ
ratpage wrote on Aug 24
ฟังดูน่ากินจังครับ สุกี้ทิเบต หม้อใหญ่ยักษ์
อยู่ตรงไหนหลอคับ แล้ว มี ชื่อร้าน ไหมคับ
แหะ แหะ ไม่รู้จักเหมือนกันค่ะ ถ้ารู้คงแว่บไปหม่ำเหมือนกัน 55 คงต้องตามไปถามท่าน jukurae แล้วล่ะค่ะ ^^
Add a Comment
   
© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help