ได้มีโอกาสไป Trip ถ่ายภาพอีกแล้ว คราวนี้ไปใกล้ๆ แค่สระบุรี ทาง Pixpro's เค๊าจัดไปถ่ายภาพมาโครกันที่น้ำตกโกรกอีดก 1 วัน เนิ่องจาก Trip นี้ไม่ได้มีการจัดรถและเก็บเงิน ก็เลยให้สมาชิกต่างคนต่างไป พอดีได้จังหวะ abc จะไปล่วงหน้ากะ chi-o ไปนอนค้างและเที่ยวน้ำตกเจ็ดคตก่อน 1 คืน ก็เลยได้ไปด้วยพร้อมกับ 8meg ก่อนตัดสินใจไปชั่งใจอยู่นาน เพราะวันเสาร์มีดาร์บี้match ระหว่าง Everton-Liverpool ซึ่งปกติจะไม่ยอมพลาดเด็ดขาด แถมไปนอนเต้นท์อีกต่างหาก
ก็เคยไปนอนเต้นท์ซักทีไหนล่ะ เป็นคุณหนูนอนสบายทุกที แต่พอเข้าไปดูในเว็บจุดกลางเต้นท์ริมอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน โอ้โห บรรยากาศดีจริงๆ ในที่สุดก็ตัดสินใจไป ได้ไป เที่ยว
แบบนี้อดดู Liverpool ก็ยอม
ก่อนอื่นตามธรรมเนียม มาทำความรู้จักกับน้ำตกเจ็ดคตกันก่อนดีกว่า
ความเป็นมา ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า เปิดเป็นทางการเมื่อวันที่ 19
กุมภาพันธ์ 2543 มีพื้นที่ 13,750 ไร่ ตั้งอยู่ที่ ต.ท่ามะปรางมีความอุดมสมบูรณ์และหลากหลายทางชีวภาพทั้งพันธุ์พืชและ สัตว์ป่านานาชนิด มีพื้นที่ติดต่อกับด้านตะวันตกของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ประกอบด้วยสังคมป่า หลายชนิด ได้แก่ ป่าดิบแล้ง ป่าดงดิบชื้นป่าเบญจพรรณและทุ่งหญ้าก่อให้เกิดความหลากหลายของพันธุ์พืช เป็นต้นกำเนิดของน้ำตกต่างๆในพื้นที่ พันธุ์ไม้ที่พบมีจำพวกพืชสมุนไพร เช่น พญามีฤทธิ์ ม้ากระทืบโรง กราวเครือ ว่าน รวมทั้งเห็ดชนิดต่างๆ เช่นเห็ดแชมเปญ เห็ดปากหมูฯ สัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในบริเวณ ได้แก่ ช้างป่า กระทิง หมี กวางเก้ง นางอาย อีเห็น กระจง หมูป่า และ นกอีกประมาณ 158 ชนิด เช่น โพระดก หัวขวาน กระแตแต้แวด ปรอด ขุนแผน ฯลฯ บินข้ามไป-มาระหว่างศูนย์ฯกับเขาใหญ่
กิจกรรม ภายในศูนย์มีกิจกรรมมากมายอาทิเช่น
เดินป่าศึกษารรมชาติ |
ศึกษาพันธุ์ไม้ |
ชมน้ำตก |
ดูนก |
ตั้งแค้มป์พักแรม |
นั่งช้าง |
การเดินทาง หากไปจากตัวเมืองสระบุรี ไปตามทางหลวงหมายเลข 2 (ถนนมิตรภาพ) ทางเข้าศูนย์จะอยู่
ฟากขวามือ(ซอยศูนย์โยเรและศูนย์คิวเซ) เยื้องกับบริษัท Furukawa จำกัด เข้าไปประมาณ 17 กิโลเมตร มีป้ายบอกทางชัดเจน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า หมู่ที่ 5 ต.ท่ามะปราง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี หรือสำนักงานป่าไม้เขตสระบุรี ต.หน้าพระลาน อ.เฉลิมพระเกียรติ จ.สระบุรี โทร. (036) 347105-6 ต่อ 501, 400 ในเวลาราชการ
ข้อมูล : ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า
และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
http://www.thenatureline.com/ched_kod.html
วันเสาร์ที่ 9 กันยายน 2549
ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณเกือบๆ 9 โมงได้ แป๊บเดียวก็ถึง ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคด-โป่งก้อนเส้า ทราบว่าวันนี้มีนักท่องเที่ยวมากันเยอะ บ้านพักเต็มหมด ก็เลยรีบกางเต้นท์จองที่ไว้ก่อน เลือกทำเลริมน้ำเลย กางกั๊กที่ไว้ 3 เต้นท์เรียบร้อยแล้วก็เริ่มหาข้าวทาน อากาศร้อนมาก แตดเปรี้ยงเลย จากนั้นก็เริ่มสอบถามเส้นทางการเดินทางและดูแผนที่ของศูนย์
เส้นทางศึกษาธรรมชาติ มีอยู่ด้วยกัน 3 เส้นทาง ได้แก่
เส้นทางที่ 1 จากอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ไปน้ำตกเจ็ดคดเหนือ แล้วกลับทางเดิม ระยะทาง 1.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง 
เส้นทางที่ 2 จากอ่างเก็บน้ำซับป่าว่านไปน้ำตกเจ็ดคดเหนือ เจ็ดคดกลาง เจ็ดคดใต้ กลับมายังอ่างเก็บน้ำซับป่าว่าน ระยะทาง 3 กม. ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง
เส้นทางที่ 3 จากอ่างเก็บน้ำซับป่าว่านไปน้ำตกเจ็ดคดเหนือ เจ็ดคดกลาง เจ็ดคดใต้ และเจ็ดคตใหญ่ ใช้เวลา ระยะทางประมาณ 4 กม. ใช้เวลาประมาณ 4 ชั่วโมง อันนี้ต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางไป
คิดสะระตะกันแล้วว่า วันแรกไปเดินถ่ายมาโครเล่นๆ กันพอประมาณ ก็เลยตัดสินใจเลือกเส้นทางที่ 2 ไปน้ำตกเจ็ดคตเหนือ กลางและใต้และกลับมาที่พัก เริ่มเดินทางกันประมาณเที่ยงกว่าๆ ได้ก็น่าจะกลับมาก่อนค่ำ เมื่อพร้อมทุกคนก็ขนอาวุธพร้อมออกรบกันเข้าไปในป่า อากาศค่อนข้างร้อนเนื่องจากทางเดินเข้าไม่มีต้นไม้ใหญ่ๆ ที่ให้ร่มเงา พอเริ่มเข้าเขตป่าก็สนุกสนานกับการถ่าย
แมลงปอ แมงมุมและแมลงนานาชนิด เดินไปเดินมาเจอเห็ดแชมเปญก็ตื่นเต้นถ่ายภาพกันเพียบ เดินอยู่นานพอสมควรก็มาถึงน้ำตกแรก (น้ำตกเล็กๆ) คนเยอะมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ไอ้เราก็เริ่มล้าเพราะถ่ายภาพมาโคร ต้องเรียกได้ว่า โค....ต.....ร เมื่อย ต้องก้มๆ เงยๆ เล็งๆ เป้ก็ถ่วงหลัง ขาตั้งก็เกะกะ บางทีก็ได้ใช้ บางทีก็ขี้เกียจใช้ หยุดพักแหย่ขาเล่นน้ำตกอยู่พักใหญ่ๆ ทำไปทำมาไหงสี่โมงแล้วละ ดูแผนที่ของศูนย์ฯ ซึ่งไม่น่าจะเรียกว่าแผนที่เพราะไม่มีความละเอียดเอาซะเลย ยังเหลือระยะทางอีกยาวไกลเพราะมายังไม่ถึงครึ่งทางซะด้วยซ้ำ คราวนี้ก็เลยต้องมาปรึกษากันต่อว่าจะเดินกลับทางเก่าหรือเดินหน้าต่อไป ในที่สุดก็สรุปได้ว่าเดินหน้าต่อ
เส้นทางถัดจากนี้ไปเป็นเส้นทางที่ไม่ธรรมดา เพราะมีทั้งความชันและความลื่น (เฮ้อ! ไม่รู้คิดถูกคิดผิด) แต่พอเจอลิ้นมังกรสีแดง
ก็เริ่มออกอาการถ่ายรูปกันไม่หยุดอีกตามเคย จนพอใจก็ดูนาฬิกา
เหมือนเดิม ใกล้เย็นแล้วยังต้องไปอีกเป็นโล คราวนี้เริ่มจ้ำอ้าว กลัวมืดในป่า ทางเดินก็แสนจะโหด รู้สึกหมดแรง เดินไม่ไหว จะเดินมันก็กลัวลื่นกลัวล้ม เริ่มรู้สึกหมดความมั่นใจ ก้าวเท้าแต่ละก้าวกลัวล้มตลอด เดินจนรู้สึกได้ยินเสียงหัวใจเต้น
ตุ๊บๆ ออกมาข้างนอกเลย เอ๊ะ! ทำไมเป็นแบบนี้ไปได้ ปกติเรื่องเหนื่อยหรือเดินนี่เป็นอะไรที่กระจอกมาก เพราะเต้นแอโรบิกอาทิตย์ละ 5 วัน เล่นทั้ง step ก็แล้ว ก้าวขึ้นไปเต้นเดินขึ้นเดินลงบน step อยู่ตลอด แอโรบิกมาราธอน 2 ชั่วโมงครึ่งก็เล่นได้ แต่ครั้งนี้มันรู้สึกเหนื่อยจนแบบ โอ๊ย จะตายแล้ว สมาชิกพรรคคงเห็นท่าทางแย่ก็เลยหยุดพัก แต่ก็พักได้แป๊บเดียวเพราะต้องเดินแข่งกับเวลา ยังไงก็ต้องออกจากป่าก่อน 6 โมง ไม่งั้นถ้ามืดยิ่งแย่ใหญ่ แถมข้าวก็จะไม่มีขายด้วย โชคดีคราวนี้มีคนช่วยถือเป้ กะขาตั้งกล้องให้ ปกติถ้าคนที่ไปถ่ายรูปด้วยกันจะรู้ดีว่าจะไม่ไหว้วานใครเด็ดขาด เพราะทุกคนก็ต้องมีสัมภาระของตัวเองหนักอยู่แล้ว แต่หนนี้ไม่ไหวจริงๆ พอปลดเป้ออกไป เริ่มรู้สึกเหมือนปลดภาระออกหมด รู้แล้วว่าเป้หนักมากจริงๆ (ยังข้องใจตัวเองตลอดทางขับรถกลับบ้าน โอ๊ย ทำไมตัวเองเดินไม่ได้ แถมเป็นภาระคนอื่นซะอีก อีกหน่อยจะไปเที่ยวไหนได้ไงเนี่ย กลับถึงบ้านปั๊บก็เอาเป้ที่แบกกะขาตั้งมาลองชั่งน้ำหนักทันที โห! ประมาณเกือบ 10 กิโลได้ ไม่นับแฟลชที่ติดไว้ที่เอว ที่ตาม spec เค๊าบอกว่าไม่รวมแบต 375 กรัม รวมแบต 4 ก้อน ก้ออีก 100 กรัม เฮ้อ กรรมจริงๆ แยกอะไรขนาดนั้น)
ในที่สุดก็ออกมาจนได้ ตรงดิ่งไปซัด Pepsi กระป๋องเข้าไป 2 กระป๋องกว่าได้ พอข้าวมาก็ทานไม่ลงความที่มี Pepsi อยู่เต็มท้อง อิ่มหนำสำราญก็กลับเต้นท์ คราวนี้เห็นแล้วทั้งลานมีแต่เต้นท์กางเต็มไปหมด คนเยอะจริงๆ อาบน้ำอาบท่าเสร็จก็มานั่งดูรูปของตัวเอง จาน abc ก็สอนเรื่อง flash ทดลองถ่ายภาพไฟเป็นแฉกๆ ได้แป๊บเดียว ฝนก็ตกลงมาเลยต้องแยกย้ายเข้าเต้นท์ ไม่เคยนอนเร็วขนาดนี้มาก่อนในชีวิต อยากรู้ผลบอลแทบขาดใจแต่มือถือ DTAC กะ TRUE หมดสิทธิ์ ไม่มีสัญญาณเลย นอนหลับๆ ตื่นๆ เพราะเสียงเต้นท์คนอื่นร้องเพลงมั่ง คุยกันมั่งจนเช้า
วันอาทิตย์ที่ 10 กันยายน 2549
6 โมงกว่าฝนก็ยังไม่หยุด จะต้องตื่นเก็บเต้นท์แล้ว เพราะคณะอีก 30 กว่าคนจะมาถึงประมาณ 8 โมง ซักพักฝนก็หยุดตก รีบไปอาบน้ำอาบท่าเก็บเต้นท์และสัมภาระ เสร็จก็ไปสั่งข้าวกินรอคณะมา คณะนี้เป็นคณะใหญ่จริงๆ เพราะรถขับตามกันมาเพียบ เป็นขบวนยาวมากันเลย หลังจากตั้งหลักเรียบร้อยก็ออกเดินทางต่อไปโกรกอีดก นึกในใจว่าวันนี้ขอแค่ถ่ายข้างนอกนิดๆ หน่อยๆ พอ ไม่ไปน้ำตกเด็ดขาด แต่ทางคณะก็ไม่ได้มีโปรแกรมให้ไป (ฮิฮิ โชคดีไป) เพราะทางเดินเข้าน้ำตกนั่นน่ะ 4 กม. ม่ายหวายแน่ๆ คราวนี้เริ่มรู้แกว เอาของออกจากเป้กล้องไปเยอะ ขาตั้งก็ไม่เอาไป ทำเก่งซะด้วย ขี้เกียจแบกมั่กๆ ...เข็ดแล้ว ทางเดินเข้าน้ำตกที่นี่แปลกดี เป็นหญ้ารกๆ สูงๆ ตลอดทาง เหมือนในหนังแบบที่เวลาเดินไป มักจะมีตัวอะไรมาดึงไปกินทีละคนยังไงยังงั้นเลย หญ้าบาดเต็มไปหมด แต่ก็เดินสบายไม่ต้องขึ้นเขา (มีแต่ลงห้วย) ที่นี่เห็ดแชมเปญ และเห็ดนานาชนิดเพียบเลย ไม่หายากเหมือนที่น้ำตกเจ็ดคต ลองมาดูข้อมูลน้ำตกโกรกอีดกซักนิดก่อนนะคะ
น้ำตกโกรกอีดก มีทั้งหมด 8 ชั้น นับรวมระยะทางความสูงได้ประมาณ 350 เมตร ตั้งอยู่ที่ ต.ชะอม อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของป่าเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้าที่มีอาณาเขตติดต่อกับเขาใหญ่ โดยน้ำตกแห่งนี้ไม่สามารถไปค้างแรมในป่าหรือระหว่างทางได้ หากใครอยากนอนในบรรยากาศธรรมชาติก็สามารถค้างได้ที่ ศูนย์ศึกษาธรรมชาติและท่องเที่ยวเชิงนิเวศเจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า ซึ่งมีความพร้อมในการบริการนักท่องเที่ยว
ส่วนใครที่ค้างที่สระบุรีหรือที่อื่นเมื่อจะเดินป่าสู่น้ำตกโกรกอีดก ก็จำเป็นต้องไปถึงที่ศูนย์ฯแต่เช้าเพื่อติดต่อเจ้าหน้าที่นำทาง (เพราะการเดินทางไป-กลับจากน้ำตกใช้เวลาถึง 6-8 ชม.) ซึ่งการไปเที่ยวน้ำตกจำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้นำทางทุกครั้ง โดยน้ำตกโกรกอีดกสามารถไปได้โดยจากอ.แก่งคอย-อ.บ้านนา แล้วเลี้ยวซ้ายที่ ต.ชะอม มุ่งสู่บ้านตะโกด้วน จากนั้นก็จะมีเส้นทางรถยนต์ไปสิ้นสุดที่ลำธารเพื่อเดินเท้าสู่ตัวน้ำตกประมาณ 5 กม. อยากรู้ความโหดไปอ่านต่อในผู้จัดการต่อได้นะ
ข้อมูลจาก ผู้จัดการออนไลน์
http://www.manager.co.th/Travel/ViewNews.aspx?NewsID=9470000010485
ใช้เวลาอยู่ที่นี่กันพอสมควร มีข้าวกล่องและน้ำมาให้ทานกันข้างใน ก็สนุกดีเพราะมีสมาชิกมามากขึ้นกินไปคุยไป อู้ไป เพราะถ่ายมาก่อนแล้ว 1 วัน ภาพที่ถ่ายก็หนีไม่พ้นเห็ดอีกนั่นแหละ มาเที่ยวนี้ถ่ายเห็ดเยอะมากจริงๆ จะเรียกได้ว่าเป็น trip เห็ดก้อว่าได้ กลับออกมาก็เกือบ 4 โมง จากนั้นก็ตรงดิ่งกลับเข้ากรุงเทพฯ กรุงเทพฯ ยังรถติดใช้ได้เหมือนเดิมแถมฝนตกพรำๆ หลังจากอดๆ หยากๆ ที่น้ำตกมา 1 วันกว่าๆ จนน้ำหนักลด (สังเกตจากเข็มขัดกางเกง) มื้อเย็นเลยซัดข้าวเหนียว ส้มตำ ลาบ น้ำตก และ Pepsi ซะเพียบเลย
กลับถึงบ้านพร้อมสัมภาระที่ต้องทำความสะอาดอีกบานตะไท เหนื่อยอีกแล้ว แต่ไป trip กับคณะทีไรก็สนุกทุกครั้ง แถมติดใจนอนเต้นท์แล้วล่ะ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามันสนุกจริงๆ ด้วย 
ผู้ร่วมชะตากรรมตลอดทริป : abc, chi-o, 8meg
ผู้ร่วมชะตากรรมวันที่ 2 : pixpros' staff, members
ผู้อนุเคราะห์รับฝากรถ : จานคง
ผู้อนุเคราะห์ไปรับ : โจ๊ก
ผู้อนุเคราะห์พาไปกินส้มตำ : พี่นิน เพื่อนพี่นิน โจ๊ก
ปล. ได้เจอเพื่อนร่วมทริปภูหินร่องกล้าอีกหลายคน รู้สึกสนุกดีจัง