ได้มีโอกาสไปเยือนถิ่นเดิมที่เคยคุ้นเคยอยู่เกือบ 10 ปี รู้สึกอะไรต่อมิอะไรเปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก แต่อาคารหลายๆ หลังยังคงความโบราณไว้เหมือนเดิม ภาพที่นำมาลงไว้(ขอแค่นี้พอเนอะ) เพียงเพื่อแสดงให้เห็นถึงความงดงามของสถาปัตยกรรมโบราณ (ซึ่งก็คงถ่ายมาไม่ได้เรื่องเหมือนเดิม) และความระลึกถึงที่เคยมีต่อที่นี่ ไม่ได้เพื่อนำไปจำหน่ายหรือใช้ในทางไม่ดี เพราะปัจจุบันนี้ที่นี่ห้ามถ่ายรูปทั้งภายในและภายนอก เนื่องจากมีการนำภาพไปลงในหนังสือที่ไม่เหมาะสม ซึ่งคงจะน่าเสียดายมากหากอีกหน่อยวัดวาอารามต่างๆ จะไม่อนุญาตให้เข้าไปถ่ายภาพ หากคนถ่ายไม่คำนึงถึงคำว่า "ศาสนสถาน" มาดูประวัติความเป็นมาของอาสนวิหารแห่งนี้กันดีกว่า
...วัดอัสสัมชัญ เป็น อาสนวิหาร ที่อยู่ใจกลางเมือง หลายคนอาจงงว่า ทำไม ถึงเรียกอาสนวิหาร ที่เรียกอาสนวิหารก็เพราะว่า อาสนวิหาร คพ.ปิยะ โรจนมารีวงศ์ ได้ให้ความหมาย(ในหนังสือฉลอง วัชรสมโภชอาสนวิหารอัสสัมชัญ) ว่า คำว่า อาสนะ หมายถึง บัลลังค์ที่ประทับ นั่นคือ ที่ประทับของพระสังฆราช ในพระศาสนจักรคาทอลิก ส่วนคำว่า วิหาร หมายถึง วัด เช่นเดียวกับที่อื่น ๆ... อาสนวิหารอัสสัมชัญ หรือ โบสถ์อัสสัมชัญ เป็นโบสถ์เก่าแก่อายุกว่า 200 ปี สร้างโดยบาทหลวงปาสกัล ซึ่งเป็นชาวไทย-โปรตุเกส โบสถ์หลังปัจจุบันนี้ถูกสร้างขึ้นใหม่ในปี พ.ศ. 2452 เพื่อรองรับการขยายตัวของคริสต์ศาสนิกชนที่มีเพิ่มมากขึ้น โดยมีสถาปนิกชาวฝรั่งเศสเป็นผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง วัสดุที่ใช้สร้างเช่นหินอ่อนและกระจกสีนั้นก็สั่งมาจากประเทศฝรั่งเศสและอิตาลี
เป็นลักษณะศิลปะแบบเรอเนซองส์ของอิตาลี ความสูงตั้งแต่ยอดหอคอยจดพื้น 32 เมตรด้วยกัน ส่วนด้านในผนังและเพดานก็งดงามด้วยจิตรกรรมแบบเฟรสโกและประติมากรรมปูนปั้นที่แสดงถึงเรื่องราวความเชื่อของทางศาสนาคริสต์
โบสถ์อัสสัมชัญ ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในราวปี ค.ศ.1809 โดยบาทหลวง ปาสกัล (ลูกหลานชาวโปรตุเกส-ไทย) เพื่อเป็นการถวายพระเกียรติแด่ พระนางมารีอาได้รับเกียรติยกขึ้นสวรรค์ แล้วเสร็จ ในปี ค.ศ.1822 และได้รับสถาปนาเป็น อาสนวิหารอัสสัมชัญ ในปีถัดมา ตั้งแต่นั้นมา อัสสัมชัญได้เป็นที่พำนักของบรรดาพระสังฆราชประมุขมิสซังต่างๆในประเทศไทยสมัยนั้น ทั่วบริเวณดังกล่าวเป็นชานเมืองกรุงเทพฯ และครอบครัวคริสตังซึ่งค่อยๆโยกย้ายมาตั้ง บ้านเรือนอยู่ข้างๆวัด จนถึงปี ค.ศ.1864 เมื่อเมืองได้ขยายไปจนถึงบริเวณดังกล่าวและจำนวนคริสตังได้เพิ่มขึ้น จึงจำเป็นต้องตั้งบริเวณนั้นให้เป็นคริสตชน ดังนั้น ในปี ค.ศ.1864 พระคุณเจ้าดือปองด์ จึงตั้งอัสสัมชัญเป็นกลุ่ม คริสตชนอย่างเป็นทางการ คุณพ่อฟรังซัว ยอเซฟ ชมิตต์ เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ปี ค.ศ.1910 คุณพ่อกอลมเบต์ลงมือสร้างอาสนทำด้วยหินอ่อนทั้งแท่ง มาจากประเทศฝรั่งเศส ในวันที่ 23 มิถุนายน 1940 พระสังฆราชแปร์รอสได้เสกอาสนวิหารอัสสัมชัญอย่างสง่าที่สุด ส่วนการอภิเษกพระแท่นใหญ่ได้ทำในวันพฤหัสบดีที่ 4 กรกฎาคม ปีเดียวกัน
ในต่อมาปี ค.ศ.1942 ได้เกิดสงคราม เครื่องบินทิ้งระเบิดในบริเวณวัด อัสสัมชัญ ทั้งระเบิดทำลายและระเบิดเชื้อเพลิง อาคารต่างๆรอบวัดได้รับความเสียหายอย่างมาก หมู่บ้านคริสตังก็ถูก เผาผลาญหมด อาสนวิหารด้านซ้ายได้ถูกระเบิดทำให้ได้รับความเสียหายมาก ทั้งกำแพง ประตูหน้าต่าง กระจก คุณพ่อแปรูดงต้องซ่อมแซมหมดทุกอย่าง
ในปีค.ศ.1984 สมเด้จพระสันตะปาปา ยอนห์ปอลที่ 2 ได้เสด็จเยือน ประเทศไทย พระคาร์ดินัลมีชัย กิจบุญชู ได้ถือเป็นเกียรติอัญเชิญสมเด็จพระสันตะปาปา เสด็จมาเยี่ยมเยือนอาสนวิหาร อัสสัมชัญ และอวยพระพรแก่บรรดาพระสงฆ์ นักบวชชายหญิงทุกคณะ พร้อมด้วยบรรดาคริสตังที่มาเฝ้ารับเสด็จอย่างเนืองแน่น ระหว่างปี ค.ศ.1983-1989 คูณพ่อชุมภา คูรัตน์ เห็นว่าภายในอาสนวิหารอัสสัมชัญจำเป็นต้องได้รับการตบแต่งเสียใหม่ จึงได้ทำการตบแต่ง และซ่อมแซมวัดในเวลาเดียวกัน พร้อมทั้งได้จัดทะพระแท่นบูชา และพื้นที่บริเวณพระแท่นเสียใหม่ มีความสวยงามอย่างยิ่ง คุณพ่อสนัด วิจิตรวงศ์(1989) เป็นผู้ดำเนินงานจัดตั้งเครื่องเสียงภายในวัดให้มีประสิทธิภาพสมบูรณ์ขึ้น ผู้เริ่มต้นว่าจ้างยามรักษาความปลอดภัยและดูแลการจราจรรอบๆบริเวณวัด อาสนวิหารอัสสัมชัญเป็นสถานที่ที่ใช้ประกอบพิธีสำคัญๆ ของอัครสังฆมณฑลอยู่เสมอ
A Church in Bangkok
ข้อมูลจาก
http://th.wikipedia.org/wiki/โบสถ์อัสสัมชัญ